วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

[แปลเพลงสากล] BRANDON FLOWERS - CAN'T DENY MY LOVE


>>> นายดอกไม้กลับมาแล้วครับ เพลงนี้ผมชอบมาก เอ็มวีก็เช่นเดียวกัน มีอะไรให้เขียนเยอะแยะเลย :)
>>> ก่อนอื่นต้องของยกเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งมาก่อนครับ ชื่อว่า Young Goodman Brown ซึ่งเป็นพล็อตที่นำมาสร้างเป็นมิวสิควิดีโอเพลงนี้นั่นเองครับ ถ้าใครไม่อยากอ่าน ก็ข้ามไปอ่านเนื้อเพลงได้เลยนะครับ :)
>>> ผมจะขอเล่าเฉพาะตรงจุดที่สำคัญๆนะครับ เพราะมันยาวไม่ใช่น้อยเลย ถึงแม้จะเป็นเรื่องสั้นก็เถอะ (แต่เอาเข้าจริงๆ ผมก็เขียนลงรายละเอียดเกือบครบเลยนะนั่น เผอิญมันมันส์มือไปหน่อยแฮะ 555)

      ขออนุญาตเล่าตามเอ็มวีดีกว่า จากเอ็มวีจะเห็นว่า แบรนด้อน(ในเรื่องจะชื่อกู๊ดแมน) กำลังรํ่าลาแฟนสาวของเขาก่อนออกเดินทาง ซึ่งในเรื่องเธอจะมีชื่อว่า เฟ้ท ครับ(ที่มีความหมายว่าศรัทธานั่นแหละ) 
แต่เธอก็ขอร้องไม่ให้เขาไป โดยเธอขอร้องให้เขาช่วยอยู่กับเธอในคืนนั้น เพราะเธอใจคอไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ 555 แต่ฝ่ายชายก็ตอบมาเพียงสั้นๆว่า "เดี๋ยวพรุ่งนี้ ฉันก็จะกลับมาหาเธอแล้ว" สุดท้ายเธอก็เลยยอมปล่อยให้เขาออกเดินทางไป ทีนี้ในเอ็มวี ก่อนที่กู๊ดแมนจะได้ออกเดินทาง เฟ้ทกลับพูดประโยคหนึ่งออกมาประมาณว่า "เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง เมื่อเธอกลับมา" ซึ่งเป็นประโยคที่ไม่ได้มีในเรื่องนะครับ แถมเหมือนเป็นการตอบคำถามบางอย่างในเรื่องให้มันชัดเจนขึ้นครับ เพราะเรื่องนี้มันจะสนุกที่ว่า เรื่องที่กู๊ดแมนได้ไปเจอนั้น เป็นความจริงหรือความฝัน แต่นี่เฟ้ทเล่นโพล่งมาเองซะแบบนี้ ก็คงต้องเป็นเรื่องจริงแล้วละครับ :(
      
      เอ้อ ลืมบอกไปอย่าง เฟ้ทจะเป็นคนที่ชอบมัดผมด้วยริ้บบิ้นสีชมพูครับ เอาละทีนี้ แวะมาเข้าเรื่องกันต่อครับ พอกู๊ดแมนเดินออกมาก็ผ่านหน้าผ่านตาสมาชิกคนอื่นๆในหมู่บ้านไปเรื่อยๆ ซึ่งทุกคนต่างแสดงท่าทีที่ยิ้มแย้มให้แก่เขา และแล้วเขาก็เดินออกจากหมู่บ้าน และเดินทางมาเรื่อยๆ จนระหว่างก็ได้พบกับชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่หยิบยื่นไม้เท้ารูปงูให้แก่เขา คือในเรื่องจะอธิบายไว้ว่า ไม้เท้าอันนี้จะมีอำนาจช่วยเดินทางได้รวดเร็วขึ้นด้วยครับ แต่สุดท้ายเขาก็ปฏิเสธที่จะรับไม้เท้านั่น และรีบเดินหนีชายแปลกหน้าคนนั้นไป ทีนี้พอกู๊ดแมนหันหลังกลับมาดูอีกที ก็เจอหญิงสาวที่เพิ่งยิ้มหวานให้เขา เมื่อตอนก่อนออกจากหมู่บ้าน กำลังสวมกอดเข้ากับชายแปลกหน้าคนนั้นครับ ซึ่งอีกแล้ว ไม่เหมือนในเรื่องสั้นครับ ในเรื่องจะเป็นแม่เฒ่าที่เคร่งครัดในศาสนาและเป็นที่เคารพศรัทธาในหมู่บ้าน แสดงตัวรับใช้ปีศาจกับชายแปลกหน้าคนนั้น แล้วเธอก็กลายร่างเป็นแม่มดครับ เอาละ ขอพอสเรื่องราวออริจินอลไว้ก่อน แล้วมาต่อกับเรื่องราวในเอ็มวีกันดีกว่า 

      กู๊ดแมนก็ทำหน้าอึ้งๆ แต่สุดท้ายเขาก็จํ้าอ้าวเดินหนีออกมา เดินมาได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็ได้จ๊ะเอ๋กับริบบิ้นสีชมพูอันคุ้นตาที่หล่นอยู่บนพื้น เขารีบหยิบมันขึ้นมาด้วยท่าทีที่สงสัย และทันใดนั้นเองเขาก็ได้สังเกตเห็นเงาของใครหลายคน เขาจึงรีบตามไปดูให้หายข้องใจ วินาทีนั้นเขาได้สังเกตเห็นเฟ้ท แฟนสาวของเขากำลังรับไม้เท้ารูปงูจากชายแปลกหน้าคนนั้น ร่างของเฟ้ทก็ค่อยๆลอยสูงขึ้นไป และหมุนคว้าง โดยมีสมาชิกคนอื่นๆในหมู่บ้านกำลังจับตาดูอย่างตื่นตาตื่นใจ ระหว่างที่กู๊ดแมนกำลังเฝ้ามองดูอยู่ ก็คงจะมองดูเพลินเกินไป จนทำให้เฟ้ทสังเกตเห็นเขาได้ และทุกคนต่างก็จับจ้องสายตามายังเขา เขาถูกจับได้เสียแล้ว เขาตกใจมาก แต่จู่ๆคนเหล่านั้นก็อันตรธานหายไปกันหมด เขามองซ้าย มองขวา และจู่ๆเขาก็ตื่นนอนขึ้นมา เอ๋า? งงละซิ เป็นใคร ใครก็งงครับ ผมดูครั้งแรกก็งง 555 อะไรของมันวะ งงเป็นไก่ตาแตกเลย คือฉากนี้ในเอ็มวีเล่าข้ามไปเยอะมากเลยครับ แต่ผมเองก็จะเล่าไม่ครบนะ เพราะขี้เกียจ ในเอ็มวีนี้ให้ไม้เท้ารูปงูเป็นเหมือนสิ่งที่ทำให้กลายเป็นปีศาจ แต่ในเรื่องจะมีพิธีกรรมปีศาจครับ อย่างที่ผมเล่าไป แม่เฒ่าก่อนจะแสดงตัวรับใช้ปีศาจ จะโดนชายแปลกหน้าคนนั้นตบไปที่บ่าหนึ่งทีครับ 
     
       ฉากริบบิ้นก็เล่าข้ามครับ จริงๆ ตอนเจอแม่เฒ่าที่กลายเป็นแม่มด กู๊ดแมนจะได้ยินเสียงของคนในหมู่บ้านที่กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่ทำพิธีกรรมเพื่อรับใช้ปีศาจครับ และเสียงนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป็นเสียงของเฟ้ทนั่นแหละครับ กู๊ดแมนเลยแหกปากตะโกนเรียกลั่นป่าเลยครับ ทันใดนั้นก็มีริบบิ้นสีชมพูค่อยๆร่วงลงมาจากฟ้า กู๊ดแมนไม่เหลือใครอีกแล้วครับ เขาก็เลยใช้อำนาจของไม้เท้างู เพื่อพาเขาไปยังสถานที่ทำพิธีกรรมครับ สงสัยละซิว่าไปเอาไม้เท้ามาจากไหน คือในเรื่อง ตอนต้นๆเรื่องเลย หลังจากที่เขาเห็นแม่เฒ่ากลายเป็นแม่มดแล้ว กู๊ดแมนก็บอกกับชายแปลกหน้าว่า เขาอยากจะรีบกลับไปที่หมู่บ้านแล้ว เพื่อไปตามหาเฟ้ท เพราะเกรงว่าเฟ้ทจะร่วมเดินขบวน แห่มาทำพิธีรับใช้ปีศาจเหมือนกับคนอื่นๆในหมู่บ้าน แต่ชายแปลกหน้าก็บอกให้นอนพักเอาแรงก่อน พร้อมกับฝากไม้เท้าไว้กับกู๊ดแมน เผื่อเหลือเผื่อขาดว่าเขาจะยอมเปลี่ยนใจมาเข้าร่วมพิธีกรรมด้วยครับ เมื่อกู๊ดแมนใช้อำนาจของไม้เท้า มันก็พาเขามายังสถานที่ทำพิธีกรรม เขามาเพื่อดูให้แน่ใจอีกทีว่าเฟ้ทนั้นได้เข้าร่วมพิธีกรรมจริงๆไหม ซึ่งในเรื่องจะไม่เจอเฟ้ทครับ ทำให้กู๊ดแมนเริ่มจะมีความหวังเพิ่มมาอีกนิด แต่สุดท้ายความหวังก็มีอันต้องพังทะลายลงครับ เพราะจะมีฉากเห็นเงาของคนหลายๆคน แบบในเอ็มวีเด๊ะเลยครับ แต่ในเรื่องกู๊ดแมนจะตะโกนบอกเฟ้ทประมาณว่า "ให้เธอเงยหน้ามองขึ้นไปบนสวรรค์ แล้วจงลุกขึ้นมาต่อต้านปีศาจเหล่านี้ซะ" เเล้วกู๊ดแมนก็จะรู้สึกตัวตื่นมา พบว่าตัวเองนอนอยู่ในป่าเพียงคนเดียว :) (ทำไมพารากราฟนี้มันยาวจังวะ T.T)
      
      สุดท้ายก็คือฉากกลับมาที่หมู่บ้านครับ รายละเอียดก็คล้ายๆกันเลย ทุกคนที่เคยยิ้มแย้มให้เขา ก็ต่างทำหน้าถมึงทึงใส่ โอ้ จริงๆไม่ใช่ครับ เพราะกู๊ดแมนจะมองคนในหมู่บ้านในทางที่ไม่ดีเอง อันนี้ผมพอเข้าใจว่า กู๊ดติดภาพไปแล้วว่า ทุกคนในหมู่บ้านล้วนแต่เป็นปีศาจ เพราะฉะนั้นก็เลยมองเขาด้วยท่าทีแบบนั้น คือในเรื่อง พอกลับมาจากหมู่บ้าน กู๊ดแมนก็เจอแม่เฒ่ากำลังตั้งคำถามไบเบิลให้กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กู๊ดแมนก็เลยตรงดี่เข้าไปกระชากเด็กคนนั้นออกมาจากแม่เฒ่าเลยครับ เพราะติดภาพที่ว่าแม่เฒ่าเป็นแม่มด และพอมาถึงบ้าน เจอเฟ้ทก็จะไม่ทักไม่ทาย ทำเหมือนเป็นคนไม่รู้จักกันเลย ส่วนในเอ็มวีจะเห็นว่า ตอนแรกก็เหมือนจะไปได้สวย แต่ทว่ากู๊ดแมนเผลอเก็บริ้บบิ้นสีชมพูมาด้วย เขาเลยนึกได้ทันทีว่าเรื่องทั้งหมดเมื่อคืนนั้นเป็นความจริงครับ(ซึ่งแบบนี้ผมก็ชอบนะครับ) แต่ในเรื่องเดิมเลย กู๊ดแมนจะไม่มีทางรู้เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความจริงไหม คือไม่มีเบาะแสอะไรเลย ผมชอบแบบนี้มากกว่า หลังจากนั้นชีวิตทั้งชีวิตของเขา ก็อยู่ต่อไปด้วยความสับสนปนความโศกเศร้า เขาไม่สามารถเชื่อ หรือไว้ใจคำพูดของคนในหมู่บ้านได้อีกเลย และมิหนำซํ้าเขาก็ยังไม่สามารถทำใจให้รักเฟ้ท แฟนสาวของเขาอย่างสนิทใจได้อีกแล้ว ขอจบลงตรงนี้นะครับ ยาวเฟื้อย เมื่อยมือชิบเป๋งเลย :)    

BRANDON FLOWERS - CAN'T DENY MY LOVE :. ปฏิเสธรัก

[Verse 1]
Open up to the night
Our bed is underneath a heavy moon
Cast a doubt
Like a shadow walking through the corners of the room

เปิดประตู ต้อนรับสู่ราตรี
เตียงนอนที่อาบด้วยแสงจันทร์สุกสกาว
โปรยความสงสัย
ดั่งเงามืดที่เคลื่อนไหว ผ่านไปมาตามมุมอับของหุบห้อง

[Refrain]
I always thought I'd have a full tank to go
But not tonight, you're all alone
I always thought I'd find my own way

ฉันคิดมาโดยตลอดว่า ฉันนั้นพร้อมประจันหน้าเข้าใส่
แต่ไม่ใช่คืนนี้ เจ้านั้นอยู่เพียงลำพัง
ฉันคิดมาโดยตลอดว่า มันจะต้องหนทางสำหรับคนอย่างฉัน

[Pre-Chorus]
What's going on in your head now?
Maybe something I said?
I know that you've been living in the past
What's going on in your head now?
Maybe something I said

ในหัวของเธอคิดพิลึกพิลั่นอะไรอยู่
หรือว่าฉันพลั้งปาก พูดอะไรผิดไป
ฉันรู้ว่าที่ผ่านมา เธอมัวแต่จมปลักอยู่กับอดีต
ในหัวของเธอคิดพิลึกพิลั่นอะไรอยู่
หรือว่าฉันพลั้งปาก พูดอะไรผิดไป

[Chorus]
It's driving me crazy, and you can try to lie
But you're not gonna, not gonna deny
No you're not gonna, not gonna deny my love
And you can run to the hillside, you can close your eyes
But you're not gonna, not gonna deny
No you're not gonna, not gonna deny my love
You can't deny my love

มันพลอยทำให้ฉันหัวเสีย ต่อให้เธอพยายามจะหลอกตัวเอง
แต่เธอก็ไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้
ไม่ เธอไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้หรอก
ต่อให้เธอวิ่งหนีไปไกลสุดขอบฟ้า ต่อให้เธอหลับหูหลับตาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
แต่เธอก็ไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้
ไม่ เธอไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้หรอก
เธอปฏิเสธความรักของฉันไม่ได้หรอก

[Verse 2]
The eyes of God are watching over us
So we don't break the golden rule
The seven seas, have we learned
Or are we sailing on a ship of fools?

ดวงตาของพระเจ้า กำลังจับจ้องเฝ้ามองเราอยู่
ฉะนั้น เราจะไม่ล่วงละเมิดกฎเหล็กข้อนั้น
คาบสมุทรทั้งเจ็ด เราเคยได้ท่องไป 
หรือเป็นเพียง การล่องเรือที่ไม่มีแม้กระทั่งจุดหมายใดเลย
*** จากเว็บจีเนียส กฎเหล็กนั้นก็คือ "หากต้องการให้คนอื่นทำกับเราเช่นไร ก็ให้ลงมือทำเช่นนั้นกับเขาก่อน" อันนี้ผมแปลเอาเองนะครับ อาจไม่สละสลวยเท่าไหร่ พอมาดูเพลงนี้บ้าง ที่หลงรักเขาเสียเต็มประดา ก็เพียงเพราะอยากให้เขารักตอบกลับมาบ้างนั่นเองครับ :)

[Refrain]
I always thought I had a full tank to go
But not tonight, you're all alone
I always thought we'd get there someday

ฉันคิดมาโดยตลอดว่า ฉันนั้นพร้อมประจันหน้าเข้าใส่
แต่ไม่ใช่คืนนี้ เจ้านั้นอยู่เพียงลำพัง
ฉันคิดมาโดยตลอดว่า เราจะไปถึงยังที่หมายนั้นเข้าสักวัน

[Chorus]
It's driving me crazy, and you can try to lie
But you're not gonna, not gonna deny
No you're not gonna, not gonna deny my love
And you can run to the hillside, you can close your eyes
But you're not gonna, not gonna deny
No you're not gonna, not gonna deny my love
You can't deny my love

มันพลอยทำให้ฉันหัวเสีย ต่อให้เธอพยายามจะหลอกตัวเอง
แต่เธอก็ไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้
ไม่ เธอไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้หรอก
ต่อให้เธอวิ่งหนีไปไกลสุดขอบฟ้า ต่อให้เธอหลับหูหลับตาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
แต่เธอก็ไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้
ไม่ เธอไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้หรอก
เธอปฏิเสธความรักของฉันไม่ได้หรอก

[Bridge]
When you close your eyes, tell me what you see
Locked up in your room is there any room for me?
In the spoils of your mercy
In the reverence of your bed
In the cradle of the morning
What was it that you said?
What's going on in your head now?

ในยามที่เธอหลับตา บอกฉันทีเธอเห็นสิ่งใด
ในห้องหัวใจที่ปิดตายนั้น พอจะมีที่ว่างสำหรับฉันบ้างไหม
ไหนกัน ความรักความเมตตาที่มักมีให้กัน
ไหนกัน เรื่องราวบนเตียงของเธอและฉัน
ไหนรุ่งเช้าวันนั้น จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง
จำได้ไหม เคยพูดอะไรเอาไว้บ้าง
ในหัวของเธอคิดพิลึกพิลั่นอะไรอยู่
*** Cradle of something = The place where something started. ชอบท่อนนี้มากเลยครับ :)

[Chorus]
It's driving me crazy, and you can try to lie
But you're not gonna, not gonna deny
No you're not gonna, not gonna deny my love
And you can run to the hillside, you can close your eyes
But you're not gonna, not gonna deny
No you're not gonna, not gonna deny my love
You can't deny my love

มันพลอยทำให้ฉันหัวเสีย ต่อให้เธอพยายามจะหลอกตัวเอง
แต่เธอก็ไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้
ไม่ เธอไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้หรอก
ต่อให้เธอวิ่งหนีไปไกลสุดขอบฟ้า ต่อให้เธอหลับหูหลับตาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
แต่เธอก็ไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้
ไม่ เธอไม่อาจ ไม่อาจปฏิเสธความรักของฉันได้หรอก
เธอปฏิเสธความรักของฉันไม่ได้หรอก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น