วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

[แปลเพลงสากล] IMAGINE DRAGONS - BELIEVER


>>> เจ๋งจริงๆ ฟังวนมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ กลับมาคราวนี้ถือว่าเป็นการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ได้ดีทีเดียวเลยครับ เริ่มคาดหวังกับอัลบั้มใหม่แล้วแฮะเนี่ย ส่วนเรื่องแปลก็เข้าขั้นยากเอาเรื่องเลย แต่ก็พอจะเข้าใจได้อยู่ครับ :)

IMAGINE DRAGONS - BELIEVER :. ผู้ศรัทธา

[Verse 1]
First things first
I'ma say all the words inside my head
I'm fired up and tired of the way that things have been, oh-ooh
The way that things have been, oh-ooh
Second thing second
Don't you tell me what you think that I can be
I'm the one at the sail, I'm the master of my sea, oh-ooh
The master of my sea, oh-ooh

ประการแรกเลย
ฉันจะขอระบายทุกคำพูดที่ซุกอยู่ข้างใน
ฉันนั้นเดือดดาล เหลืออดเต็มทน กับความเป็นไปของสิ่งที่เป็นอยู่
ความเป็นไปของสิ่งที่เป็นอยู่
ประการที่สอง
แล้วคุณก็ไม่ต้องมาคิด ไม่ต้องมาพูดแทนฉันหรอกว่า ฉันจะไปได้สักกี่นํ้า
ฉันต่างหากที่เป็นคนท่องทะเล และฉันคือเจ้าแห่งท้องทะเลของฉันเอง
เจ้าแห่งท้องทะเลของฉันเอง
*** ท่อนนี้เข้าใจง่ายครับ แดนแกหัวร้อน เหลืออดแล้ว ไม่ต้องมาพูดว่าคิดแทนกันว่าให้ทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ เดี๋ยวพี่แดนแกทำของแกเอง แกทำได้ แกโตแล้ว 555

[Pre-Chorus]
I was broken from a young age
Taking my soul into the masses
Write down my poems for the few
That looked at me took to me, shook to me, feeling me
Singing from heart ache from the pain
Take up my message from the veins
Speaking my lesson from the brain
Seeing the beauty through the...

ฉันแหลกสลายมาตั้งแต่เด็ก
ยอมยกกระทั่งจิตวิญญาณของตัวเองให้ใครอื่น
ร่ายบทกลอนของฉันเอง สำหรับใครบางคน
ที่เขามองเห็นฉัน เข้ามาหาฉัน เข้ามาจับมือฉัน เข้าใจหัวอกกันและกัน
รํ่าร้องจากหัวใจที่ร้าวราน ด้วยความทรมาณ
รับฟังซึ่งข้อความของฉัน ผ่านเข้าเส้นเลือด
บอกเล่าบทเรียนชีวิตของฉันเอง ผ่านทางสมอง
มองเห็นความงดงามผ่านจาก
*** ที่บอกว่าแหลกสลายมาตั้งแต่เด็ก ก็คงเป็นเพราะการที่แดนเป็นชาวมอร์มอน(เวนย์ก็ด้วย) ซึ่งเป็นลัทธิหนึ่ง ตอนเป็นเด็กเลยยอมทำตามทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาให้ทำ ต่อมาแดนไม่เห็นด้วย จึงหันมาแต่งเพลงเองครับ คร่าวๆ ก็ตามนี้ครับ ส่วนท่อนต่อๆ มาก็เข้าใจง่ายอยู่ครับ :) 

[Chorus]
Pain!
You made me a, you made me a believer, believer
Pain!
You break me down, you build me up, believer, believer
Pain!
I let the bullets fly, oh let them rain
My luck, my love, my God, they came from...
Pain!
You made me a, you made me a believer, believer

ความเจ็บปวด
มันทำให้ฉัน มันทำให้ฉันกลายเป็นผู้ศรัทธา ผู้ศรัทธา
ความเจ็บปวด
มันทำให้ฉันแหลกเป็นเสี่ยง มันทำให้ฉันยืนหยัดขึ้นมากลายเป็นผู้ศรัทธา ผู้ศรัทธา 
ความรวดร้าว
ปล่อยให้ลูกกระสุนปลิวว่อน โอ้ ให้มันร่วงระนาวลงมา
ทั้งโชคชะตา ทั้งความรัก ทั้งพระเจ้าของฉันเอง ล้วนแต่มาจาก
ความเจ็บปวด
มันทำให้ฉัน มันทำให้ฉันกลายเป็นผู้ศรัทธา ผู้ศรัทธา
*** ผมว่าไม่น่าจะหมายถึงคนนะครับ คำว่า "ยู" น่าจะหมายถึงความเจ็บปวดนั่นแหละครับ ถ้าจะแปลให้อินกว่านี้หน่อยก็ ประมาณว่าแกทำให้ฉันกลายเป็นผู้ศรัทธา ไม่น่าจะหมายถึงตัวคนจริงๆ :)

[Verse 2]
Third things third
Send a prayer to the ones up above
All the hate that you've heard has turned your spirit to a dove, oh-ooh
Your spirit up above, oh-ooh

ประการที่สาม
ขับขานบทสวดมนต์ถึงใครสักคนที่อยู่บนฟากฟ้า
แล้วความเกลียดชังทั้งหลายที่คุณได้ยินมา ได้ชำระดวงวิญญาณของคุณให้ผุดผ่องดั่งพิราบ
ดวงวิญญาณของคุณลอยละล่องขึ้นไป
*** ท่อนนี้ผมไม่แน่ใจหรอกครับ แต่ถ้าใจความของเพลงนี้คือการรับมือกับความเจ็บปวด และใช้มันเพื่อให้เราเติบโตขึ้น ฉะนั้นศาสนาเองก็น่าจะมีบทบาทที่ทำให้ความเจ็บปวดเหล่านั้นบรรเทาเบาบางลงได้ครับ 

[Pre-Chorus 2]
I was choking in the crowd
Living my brain up in the cloud
Falling like ashes to the ground
Hoping my feelings, they would drown
But they never did, ever lived, ebbing and flowing
Inhibited, limited
Till it broke up and it rained down
It rained down, like...

ฉันกำลังสำลักอากาศท่ามกลางฝูงชน
ใช้ชีวิตอยู่กับเพียงความคิดภายในหัว
ร่วงกราวดั่งเถ้าธุลีโปรยลงสู่ผืนดิน
หวังว่าความรู้สึกของฉันนั้นจะจมหายไป
แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น มันยังอยู่ เพียงสงบลง และโถมซัดกลับไปกลับมา
ถูกจำกัด ถูกยับยั้ง 
จนสุดท้ายก็แตกกระจาย และโปรยปรายลงมา
มันหลั่งไหลลงมา ดังเช่น
*** ท่อนที่บอกว่าแดนสำลักอากาศกลางฝูงคน ประมาณว่าแดนไม่พิสมัยนักที่วงของตัวเองดังครับ รู้สึกกดดัน พี่แกเป็นหนักถึงขนาดซึมเศร้า จนต้องไปหาหมอบำบัดเลยทีเดียวครับ(ลองกดไปอ่านดู)

[Chorus]
Pain!
You made me a, you made me a believer, believer
Pain!
You break me down, you built me up, believer, believer
Pain!
I let the bullets fly, oh let them rain
My luck, my love, my God, they came from...
Pain!
You made me a, you made me a believer, believer

ความเจ็บปวด
มันทำให้ฉัน มันทำให้ฉันกลายเป็นผู้ศรัทธา ผู้ศรัทธา
ความเจ็บปวด
มันทำให้ฉันแหลกเป็นเสี่ยง มันทำให้ฉันยืนหยัดขึ้นมากลายเป็นผู้ศรัทธา ผู้ศรัทธา 
ความรวดร้าว
ปล่อยให้ลูกกระสุนปลิวว่อน โอ้ ให้มันร่วงระนาวลงมา
ทั้งโชคชะตา ทั้งความรัก ทั้งพระเจ้าของฉันเอง ล้วนแต่มาจาก
ความเจ็บปวด
มันทำให้ฉัน มันทำให้ฉันกลายเป็นผู้ศรัทธา ผู้ศรัทธา

[Bridge]
Last things last
By the grace of the fire and the flames
You're the face of the future, the blood in my veins, oh-ooh
The blood in my veins, oh-ooh
But they never did, ever lived, ebbing and flowing
Inhibited, limited
Till it broke up and it rained down
It rained down, like...

ประการสุดท้าย
ด้วยความงดงามของเปลวเพลิงและเปลวไฟ
มันคือเปลือกเนื้อของอนาคต คือเลือดเนื้อในสายเลือดของฉัน
เลือดเนื้อในสายเลือดของฉัน
แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น มันยังอยู่ เพียงสงบลง และโถมซัดกลับไปกลับมา
ถูกจำกัด ถูกยับยั้ง 
จนสุดท้ายก็แตกกระจาย และโปรยปรายลงมา
มันหลั่งไหลลงมา ดังเช่น
*** คำว่า "ยู" ตรงนี้ ก็น่าจะหมายถึงความเจ็บปวดอีกครั้งครับ ความเจ็บปวดทำให้คนเรามีชีวิตอยู่ต่อไปได้

[Chorus]
Pain!
You made me a, you made me a believer, believer
Pain!
You break me down, you built me up, believer, believer
Pain!
I let the bullets fly, oh let them rain
My luck, my love, my God, they came from...
Pain!
You made me a, you made me a believer, believer

ความเจ็บปวด
มันทำให้ฉัน มันทำให้ฉันกลายเป็นผู้ศรัทธา ผู้ศรัทธา
ความเจ็บปวด
มันทำให้ฉันแหลกเป็นเสี่ยง มันทำให้ฉันยืนหยัดขึ้นมากลายเป็นผู้ศรัทธา ผู้ศรัทธา 
ความรวดร้าว
ปล่อยให้ลูกกระสุนปลิวว่อน โอ้ ให้มันร่วงระนาวลงมา
ทั้งโชคชะตา ทั้งความรัก ทั้งพระเจ้าของฉันเอง ล้วนแต่มาจาก
ความเจ็บปวด
มันทำให้ฉัน มันทำให้ฉันกลายเป็นผู้ศรัทธา ผู้ศรัทธา

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2560

[แปลเพลงสากล] THE HEYDAZE - HURT LIKE HELL


>>> เพลงเพราะใช่ได้อยู่ครับ ตอนฟังครั้งแรกแล้วมันยังแหม่งๆ แต่พอมาฟังอีกก็ตัดสินใจแปลเลยครับ เป็นวงที่ผมเพิ่งเจอเมื่อไม่นานมานี้เอง ที่เจอกันได้ก็เพราะเพลงนี้แหละครับ จะขอติดตามต่อไปอย่าห่างๆก่อน ยังไม่ตัดสินใจติดตามในฐานะแฟนคลับ ต้องดูงานยาวๆก่อน 555 แต่ว่าชอบงานเขียนเนื้อเพลงของวงนี้มากเลยครับ :)

THE HEYDAZE - HURT LIKE HELL :. เจ็บชิบหายเลย

[Verse 1]
Touch down on the red eye
I got red eyes too
Headache from the red wine
No sleep when I think about you
When I think about you

ไปโดนตัวคนที่เป็นตาแดง
ฉันก็เลยติดตาแดงมาด้วย
ไวน์แดงทำพิษจนปวดหัว
ไม่หลับไม่นอน เพราะกลัวจะคิดถึงแต่เธอ
เพราะกลัวจะคิดถึงแต่เธอ
*** วงนี้(จากเว็บนี้ครับ)บอกว่าเพลงนี้เกี่ยวกับการพยายามหลีกเลี่ยง พยายามเบนตัวเองให้ออกจากความเจ็บปวดที่เสียคนรักไป โดยต้องบังคับตัวเองเป็นนาทีต่อนาทีเลยทีเดียว เพื่อไม่ให้ตัวเองกลับไปคิดถึงเรื่องนั้นครับ

[Verse 2]
Cold sweat on a hot night
A little late night caffeine
Keep me from my own mind
No sleep when I dream about you
When I dream about you

เหงื่อซ่กในคํ่าคืนที่อบอ้าว
อัดกาแฟเข้าไปในยามดึก
เบนสมองตัวเองให้ไปคิดเรื่องอื่น
ไม่หลับไม่นอน เพราะกลัวจะฝันถึงแต่เธอ
เพราะกลัวจะฝันถึงแต่เธอ

[Chorus]
If I stop for a minute
If I sink back in it
It'll hurt like hell
If I slip for a minute
If I stop forgetting
It'll hurt like hell

หากฉันหยุดแม้แต่นาทีเดียว
หากฉันหลวมตัวกลับไปคิด
มันจะเจ็บชิบหายเลย
หากฉันหลุดแม้แต่นาทีเดียว
หากฉันเผลอลืมกลับไปคิด
มันจะเจ็บชิบหายเลย

[Post-Chorus][x5] 
Yeah, you hurt like hell

ใช่ เธอทำให้เจ็บชิบหายเลย

[Verse 3]
First bite in a long time
Reading last weeks news
Hit snooze for the third time
No sleep when I sleep without you
When I sleep without you

ข้าวคำแรกหลังจากที่อดมานาน
อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับอาทิตย์ที่แล้ว
เลื่อนนาฬิกาปลุกเป็นครั้งที่สาม
ไม่หลับไม่นอน เพราะไม่มีเธอให้นอนด้วยแล้ว
เพราะไม่มีเธอให้นอนด้วยแล้ว

[Chorus]
If I stop for a minute
If I sink back in it
It'll hurt like hell
If I slip for a minute
If I stop forgetting
It'll hurt like hell

หากฉันหยุดแม้แต่นาทีเดียว
หากฉันหลวมตัวกลับไปคิด
มันจะเจ็บชิบหายเลย
หากฉันหลุดแม้แต่นาทีเดียว
หากฉันเผลอลืมกลับไปคิด
มันจะเจ็บชิบหายเลย

[Post-Chorus][x5] 
Yeah, you hurt like hell

ใช่ เธอทำให้เจ็บชิบหายเลย

[Bridge]
Don't you let it hit me, let it hit me
All at once
Don't you let it hit me, let it hit me
All at once

แล้วทำไมเธอไม่ทำให้ฉันเจ็บ ไม่ทำให้ฉันเจ็บ
ทีเดียวไปเลยละ
แล้วทำไมเธอไม่ทำให้ฉันเจ็บ ไม่ทำให้ฉันเจ็บ
รวดเดียวไปเลยละ

[Chorus]
If I stop for a minute
If I sink back in it
It'll hurt like hell
If I slip for a minute
If I stop forgetting
It'll hurt like hell

หากฉันหยุดแม้แต่นาทีเดียว
หากฉันหลวมตัวกลับไปคิด
มันจะเจ็บชิบหายเลย
หากฉันหลุดแม้แต่นาทีเดียว
หากฉันเผลอลืมกลับไปคิด
มันจะเจ็บชิบหายเลย

[Post-Chorus][x5] 
Yeah, you hurt like hell

ใช่ เธอทำให้เจ็บชิบหายเลย

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560

[แปลเพลงสากล] WHITE LIES - HOLD BACK YOUR LOVE


>>> วงนี้ผมเองก็ตามฟังมาสักพักแล้วครับ ที่ชอบก็มีหลายเพลงเหมือนกัน รวมทั้งเพลงนี้เองด้วย แต่ก็ยังไม่กล้าแปลครับ บอกตรงๆว่าผมเองก็ยังฟังไม่รู้เรื่องสักเท่าไหร่ แต่อยากให้ได้ลองฟังกันดู งั้นมาลองแปลดูกันเลย

WHITE LIES - HOLD BACK YOUR LOVE :. เก็บรักของเธอไว้ก่อน

[Verse 1]
I go out, right out
For a heart in a heartless town
I'd come unwound

ฉันออกไป ตรงออกไป
ตามหาดวงใจ ในเมืองที่ปราศจากหัวใจ
ฉันเลยเสียศูนย์

And this love, my love
Isn't all that I though it was
Am I no one, without someone to need me

และรักนี้ รักของฉัน
ช่างไม่เหมือนกันกับที่ฉันคิดไว้เลย
หรือฉันมันไร้ตัวตน ไม่มีใครสักคนเลยที่ต้องการ

[Chorus]
Hold back your love, you know that I've had my doubts
Wanna see what I feel without
Every feeling is streaming out
Now you know that I mean it
[x2]

เก็บรักของเธอเอาไว้ก่อน เธอก็รู้ว่าฉันนั้นคลางแคลงใจ
อยากจะเห็นความรู้สึกที่ปราศจากข้อสงสัย
ทุกความรู้สึกหลั่งไหลพรั่งพรูออกมา
ตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่า ฉันพูดจริง

[Verse 2]
I go out, right out
With the world nearly falling down
I go on out

ฉันออกไป ตรงออกไป
กับโลกที่จวนจะพังพินาศอยู่เต็มที
ฉันยังคงเดินออกไป

And I saw, no law
A town that's guilty of breaking more
No one adored, trying to reason and pleading

และฉันมองเห็น ไร้ขื่อแป
เมืองทั้งเมืองมีความผิดเพราะเอาแต่แหกกฎ
ไม่มีใครเหลียวแล รังแต่จะสรรหาเหตุผลและข้อแก้ตัว 

[Chorus]
Hold back your love, you know that I've had my doubts
Wanna see what I feel without
Every feeling is streaming out
Now you know that I mean it
[x2]

เก็บรักของเธอเอาไว้ก่อน เธอก็รู้ว่าฉันนั้นคลางแคลงใจ
อยากจะเห็นความรู้สึกที่ปราศจากข้อสงสัย
ทุกความรู้สึกหลั่งไหลพรั่งพรูออกมา
ตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่า ฉันพูดจริง

[Bridge]
If I'm dreaming, where do I go
Lost my feeling, so how will I know
[x3]

หากฉันกำลังหลับฝัน ฉันจะไปไหนต่อดี
สูญเสียความรู้สึกไป แล้วฉันจะรู้ตัวได้อย่างไร

Hold back your love [x3]
How will I know
[x2]

เก็บรักของเธอเอาไว้ก่อน
ฉันจะรู้ตัวได้อย่างไร

[Chorus]
Hold back your love, you know that I had my doubts
Wanna see what I feel without
Every feeling is streaming out
Now you know that I mean it

เก็บรักของเธอเอาไว้ก่อน เธอก็รู้ว่าฉันนั้นคลางแคลงใจ
อยากจะเห็นความรู้สึกที่ปราศจากข้อสงสัย
ทุกความรู้สึกหลั่งไหลพรั่งพรูออกมา
ตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่า ฉันพูดจริง

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

[แปลเพลงสากล] COLONY HOUSE - THIS BEAUTIFUL LIFE


>>> เพราะมากครับ วงนี้ไม่มันธรรมดาจริงๆ ไม่เสียแรงที่ติดตาม เพลงเร็วก็มันชิบหาย เพลงช้าก็ไพเราะและซึ้งกินใจ ฝากอัลบั้ม Only the lonely ด้วยนะครับ ผมชอบแทร็ก 1234 กับ Remembered for มาก :)

>>> แบบร้องสดครับ เพราะดีเหมือนกัน เพราะไม่แพ้ฉบับสตูดิโอเวอร์ชั่นเลยนะเนี่ย :)

COLONY HOUSE - THIS BEAUTIFUL LIFE :. ชีวิตนี้ช่างงดงาม

[Verse 1]
What in the world are we doing here?
What is the meaning of it all?
To fall in love, to make a life that’s calm and stable
Or just to find a place where I belong?

แล้วฉันกำลังมาทำอะไรอยู่ตรงนี้
อะไรคือความหมายของสิ่งเหล่านั้น
เพื่อการตกหลุมรัก เพื่อการได้ชีวิตที่เงียบสงบและมั่นคง
หรือเพียงจะหาสักที่ที่เหมาะกับตัวฉันเอง

What in the world am I looking for?
What is the peace that I can find?
This longing for, I can’t ignore but am I able
To see the good and taste it on my tongue?

แล้วฉันกำลังมองหาอะไรอยู่ตรงนี้
อะไรคือความสงบที่ฉันค้นพบเจอ
ความปรารถนานี้ ฉันไม่อาจอดใจไหว หากแต่ฉันสามารถ
มองหาด้านดี และลิ้มลองรสชาติของมัน

[Chorus]
All that I know
Al that I see
All that I feel
Inside of me
All that I’ve done
All that I’ve tried
There must be more
To this beautiful life

ทุกอย่างที่ฉันรู้
ทุกอย่างที่ฉันเห็น
ทุกๆ ความรู้สึก
ในใจฉันนี้
ทุกสิ่งที่ฉันทำ
ทุกสิ่งที่ฉันลอง
ยังมีอีกตั้งมากมาย
สำหรับชีวิตอันแสนงดงามนี้

[Verse 2]
Well I go to water to find innocence
Breathe deep the air to fill my lungs
And beauty sings a songs to me
Every note I follow to find out where
The voice is coming from

ฉันตรงไปยังแหล่งนํ้าเพื่อหาความบริสุทธิ์
สูดอากาศหายใจลึกๆ เข้าไปให้เต็มปอด
ความงดงามร้องเพลงขับขานให้ฉันฟัง
ตัวโน้ตแล้วตัวโน้ตเล่า ฉันออกตามหา
ว่าต้นเสียงนั้นมาจากทิศทางใด

[Chorus]
All that I know
Al that I see
All that I feel
Inside of me
All that I’ve done
All that I’ve tried
There must be more
To this beautiful life

ทุกอย่างที่ฉันรู้
ทุกอย่างที่ฉันเห็น
ทุกๆ ความรู้สึก
ในใจฉันนี้
ทุกสิ่งที่ฉันทำ
ทุกสิ่งที่ฉันลอง
ยังมีอีกตั้งมากมาย
สำหรับชีวิตอันแสนงดงามนี้

[Verse 3]
And I can’t be satisfied
This world has long been dry
What does it cost to find a home
For what’s been lost?

และฉันคงไม่อาจจะพอใจ
กับโลกที่แสนอับเฉานี้
แล้วสิ่งใดเล่าคือราคา กับการกลับคืนสู่ที่เดิม
สำหรับสิ่งของที่หล่นหาย

Well maybe I’m a part of something that’s bigger than me
Like I’m a page in a book in a library
And inside my heart there’s a dying part that’s always searching
Because I know that there’s a place where I belong

หรือบางทีนั้น ฉันอาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ใหญ่ยิ่งกว่าฉัน
เหมือนฉันเป็นเพียงแผ่นกระดาษในหนังสือที่อยู่ในห้องสมุดอีกที
และภายในใจของฉัน ยังมีส่วนที่ดิ้นรน ซึ่งเฝ้าคอยค้นหา
เพราะว่าฉันนั้นรู้ว่า ต้องมีที่ใดสักที่ที่เหมาะสมกับฉัน

[Chorus]
All that I know
Al that I see
All that I feel
Inside of me
All that I’ve done
All that I’ve tried
There must be more
To this wonderful
Terrible
Beautiful life

ทุกอย่างที่ฉันรู้
ทุกอย่างที่ฉันเห็น
ทุกๆ ความรู้สึก
ในใจฉันนี้
ทุกสิ่งที่ฉันทำ
ทุกสิ่งที่ฉันลอง
ยังมีอีกตั้งมากมาย
สำหรับชีวิตอันมหัศจรรย์
ชีวิตเฮงซวย
และแสนงดงามไปพร้อมๆ กันนี้

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559

[แปลเพลงสากล] JP COOPER - IN THE SILENCE


>>> เพราะมากครับ หมอนี่เสียงดีจริงๆ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ผมชอบเนื้อเพลงมากๆ เข้าใจเขียนได้ซึ้งจับใจดีแท้ ส่วนเพลงที่อยู่ท้ายคลิปคือเพลง September song (ซึ่งผมแปลไว้แล้วครับ กดวาร์ปไปอ่านได้เลยเช่นกัน)

JP COOPER - IN THE SILENCE :. ฟังเสียงรัก

I've been seeking silver linings 
Feeling incomplete  
Singing oh oh I wish you didn't taste so bittersweet
So enamored, stuttered, stammerred, oh, my voice was broke
Like a poor man stood before the queen
I tripped over my tongue before i spoke

ฉันเฝ้าตามหาความหวังแม้เพียงริบหรี่
รู้สึกขาดหายเสี้ยวหนึ่งไป
ป่าวร้อง โอ้ โอ หวังว่ารสชาติของเธอนั้นจะไม่หวานต้นแล้วขมปลาย
ต้องรักจากเธอ ตะกุกตะกัก พูดติดขัด นํ้าเสียงของฉันกลับสั่นเกรง
ดั่งยาจกผู้ต้อยตํ่า ต่อหน้าองค์ราชินีผู้ยิ่งใหญ่
มันคับลิ้นอยู่ในปาก ไม่อาจจะพูดออกไป

And though I never said it with words
There was love in the silence
Even now after all of these years
You're the light in my darkness

ถึงแม้ฉันไม่เคยเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด
แต่รักนั้นแฝงอยู่ใต้ความเงียบงัน
กระทั่งตอนนี้ กี่ขวบปีที่ผ่านมา
เธอยังคงเป็นแสงสว่าง ท่ามกลางความมืดมิดนี้

Used to share that feeling, dreaming, 
gazing at the bedroom ceiling
Oh oh now I lay here wishing you come home

เคยแบ่งปันความรู้สึกนั้น เคยร่วมฝัน
นอนจ้องมองเพดานห้องด้วยกัน
โอ้ ณ ตอนนี้ ฉันยังนอนคอยอยู่ตรงนี้ หวังเธอหวนกลับมา

And though I never said it with words
There was love in the silence
Even now after all of these years
You're the light in my darkness

ถึงแม้ฉันไม่เคยเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด
แต่รักนั้นแฝงอยู่ใต้ความเงียบงัน
กระทั่งตอนนี้ กี่ขวบปีที่ผ่านมา
เธอยังคงเป็นแสงสว่าง ท่ามกลางความมืดมิดนี้
         
Darling please
Listen close and you'll hear
There's still love in the silence
Even now after all of these years
I feel love in the silence

คนดี ได้โปรดเถอะ
จงตั้งใจฟัง แล้วเธอจะได้ยิน
คำว่ารักนั้นแฝงอยู่ใต้ความเงียบงัน
กระทั่งตอนนี้ กี่ขวบปีที่ผ่านมา
ฉันสัมผัสถึงรักในความเงียบงัน

And though I never said it with words
There was love in the silence
Even now after all of these years
You're the light in my darkness

ถึงแม้ฉันไม่เคยเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด
แต่รักนั้นแฝงอยู่ใต้ความเงียบงัน
กระทั่งตอนนี้ กี่ขวบปีที่ผ่านมา
เธอยังคงเป็นแสงสว่าง ท่ามกลางความมืดมิดนี้

Darling please
Listen close and you'll hear
There's still love in the silence
Even now after all of these long years
I feel love in the quiet

คนดี ได้โปรดเถอะ
จงตั้งใจฟัง แล้วเธอจะได้ยิน
คำว่ารักนั้นแฝงอยู่ใต้ความเงียบงัน
กระทั่งตอนนี้ กี่ขวบปีที่ยาวนาน
ฉันสัมผัสถึงรักอันแสนแผ่วเบา