วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2557

[แปลเพลงสากล] AMERICAN AUTHORS - OH, WHAT A LIFE


>>> เพลงนี้พูดถึงชีวิตตามชื่อเพลงแหละครับ ประมาณว่าเวลาเรามีความสุข เราก็จะพูดประมาณว่า โอ้ ชีวิตนี้ (มันช่างดีอะไรเช่นนี้) พร้อมกับหัวเราะคิกคักชอบใจ แล้วพอเรามีความทุกข์กันบ้างละ เราก็จะพูดทำนองนี้เหมือนกัน แต่คนละความหมาย โอ้ ชีวิตนี้ (ทำไมมันบัดซบอย่างนี้) พร้อมกับร้องห่มร้องไห้ เสียอกเสียใจ ประมาณนี้แหละครับ ใจความของเพลงนี้ สื่อถึงความไม่แน่นอนของชีวิตอะไรประมาณนั้นแหละครับ แต่ว่าในวันที่เราทุกข์ เราก็ยังสามารถส่งเสียงหัวเราะไปกับมันได้อยู่นะ และในขณะเดียวกันเอง ในวันที่เรามีความสุข มันก็ย่อมไม่ยั่งยืนตลอดไปแน่นอน ต้องเตรียมใจไว้ให้พร้อม รับมือกับทุกสถานการณ์ 555 ว่าแต่เคยมีแผนสองสำรองไว้ในการใช้ชีวิตกันบ้างไหม แน่นอน ผมไม่ ไม่เคยคิดเลย T.T
>>> ผมขอประกาศเป็นแฟนคลับวงนี้ตรงนี้เลยก็แล้วกัน เพลงนี้ทำให้ผมชอบวงนี้ขึ้นเป็นทวีคูณเลย 555

AMERICAN AUTHORS - OH, WHAT A LIFE :. โอ้ละหนอ ชีวิต!

There was snow, There was snow
Stretched for miles and more
Where we buried, where we buried
Our souls

หิมะโปรยปราย หิมะโปรยปราย
โปรยปรายไปไกลสุดลูกหูลูกตา
ไปยังที่แห่งนั้น ไปยังที่แห่่งนั้น
ที่ซึ่งฝังจิตวิญญาณผองเรา
*** ท่อนนี้ ผมขอตีความเอาว่า ลองดูที่คำว่าหิมะก่อนครับ เขาบอกปกคลุมไปทั่วเลย รวมกระทั่งจิตวิญญาณของพวกเราด้วย เห็นอย่างนี้ก็ตีความได้ละครับ ประมาณว่าบางสิ่งที่ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง ท่อนถัดไปเรื่อยๆ จะบอกประมาณว่า ก็เราพยายาม พยายามกันมาแทบตาย แต่สุดท้ายก็แดกแห้ว ผิดหวังกันไปเหมือนเดิม ผมจึงมองว่าไอ้หิมะที่เขาพูดถึงเนี่ย น่าจะเป็นความทะเยอทะยานละมั้งครับ ทะเยอทะยานที่จะไขว่คว้าความสุขที่มันมีมากเกินไป จนลืมความสำคัญของตัวเองไงครับ นี่คือการตีความของผมนะครับ ไม่ต้องเชื่อ เพราะมันอาจผิด 555

Oh I long, Oh I long
For them days left and gone
Where we sang and where we danced to a brighter song

ผ่านมาไกล ผ่านมาไกลแสนไกล
ตั้งแต่วันวานเหล่านั้น ข้ามผ่านพ้นไป
ในวันที่พวกเราต่างร้องรำทำเพลง และร้องเล่นเต้นรำไปกับเสียงเพลงอย่างมีความสุข
*** ผมว่าน่าจะอุปมานะครับ ผมหมายถึง Brighter song ไง มันจะแปลไปตรงๆ ก็คงจะพิลึกกึกกือไปหน่อยแหละ ว่าไหม ผมก็เลยลองตีความเองไปว่า ตอนนั้นเขายังดื่มดํ่ากับความสุขอยู่ ซึ่งมากกว่าตอนนี้แน่นอน เพราะเป็นการเปรียบเทียบขั้นกว่าใช่ไหม ประมาณว่าคิดถึงตอนที่มีความสุขว่า มันก็ขาดหายไปนานแล้วนา เมื่อไหร่มันจะกลับมาอีก

But now I look upon a field with bodies stretched out 
And I feel nothing
But something's burning in my soul 
I let it lose control and I'm in, 
Oh God I've sinned

ณ ตอนนี้ ผมสอดส่องสายตา พร้อมทั้งร่างกายที่ทอดแผ่ออกไป 
แต่ผมกลับไม่รับรู้สิ่งใดเลย
เหมือนกับว่ามีบางอย่างลุกติดขึ้นมาภายในตัวผม
ผมสูญเสียการควบคุมให้กับมัน ถึงกระนั้นก็ได้สติกลับคืนมาแล้ว 
โธ่ พระเจ้า ผมมันช่างบาปหนาเหลือเกิน

But I tried so hard, and we tried so hard
And it's a long long road, that you told me so
Yeah I tried so hard, to forget where we are
And all we do is laugh and we sing

แต่ผมก็พยายามแล้วไง และพวกเราเองก็พยายามกันมาแทบตาย
แต่หนทางมันคงจะยาวไกลเกินไป ก็คุณบอกให้ผมพยายามไม่ใช่หรอ
ใช่ ผมพยายามมาแทบตาย จนเกือบลืมว่าแท้จริงแล้วเรานั้นยืนอยู่ตรงไหน
และสิ่งที่พวกเราเคยทำนั่นก็คือ ส่งเสียงหัวเราะ และส่งเสียงร้องเพลง

And we laughed oh, and we cried and thought oh, what a life
And we laughed oh, and we cried and thought oh, what a life
And we laughed, and we cried and thought oh, what a life

พวกเราทั้งหัวเราะยิ้มเยาะชอบใจ ทั้งร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจ ทำไมกันหนอ ชีวิตนี้ 
พวกเราทั้งหัวเราะยิ้มเยาะชอบใจ ทั้งร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจ ทำไมกันหนอ ชีวิตนี้ 
พวกเราทั้งหัวเราะชอบใจ ทั้งร้องห่มร้องไห้เสียใจ ทำไมกันหนอ ชีวิตนี้ 

But I tried so hard, but we killed our hearts
In valleys low, I hear the trumpets blow
Yeah, I tried so hard, yet I'm lost and scarred
And I'm filled with regret yet I sing

แต่ผมก็พยายามแทบตาย จนเผลอลืมไปว่าพวกเราเองก็มีหัวใจ
ในระหว่างทางลงหุบเหว แต่ผมกลับได้ยินเสียงเพลงดังกึกก้อง
ใช่ ผมลองพยายามแทบตาย แต่สุดท้ายต้องหมดหนทางและสะบักสะบอม
ชีวิตของผมนั้นเต็มไปด้วยความไม่สมหวัง แต่ผมก็ยังไม่ลืมที่จะร้องเพลง
*** ผมพยายามหาสำนวนที่สอดคล้องนะครับ แต่ไม่รู้ว่ามันใช่หรือเปล่านะ ตามนี้เลยนะครับ
ฺBlow own trumpet = To tell other people how good or successful you are. ผมเลยแปลไปว่า เขาได้ยินเสียงเพลง(แห่งความสำเร็จ) เรียกง่ายๆว่าฮึดสู้อีกทีก็แล้วกัน แต่แล้วเขาก็ล้มเหลวเหมือนเดิมครับ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะร้องเพลง ตามท่อนบนที่ผมตีความไปว่ามีความสุขไงครับ เขาก็ยังพยายามหาความสุขต่อไป

And we laughed oh, and we cried and thought oh, what a life.
And we laughed oh, and we cried and thought oh, what a life.
And we laughed, and we cried and thought oh, what a life.

พวกเราทั้งหัวเราะยิ้มเยาะชอบใจ ทั้งร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจ ทำไมกันหนอ ชีวิตนี้ 
พวกเราทั้งหัวเราะยิ้มเยาะชอบใจ ทั้งร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจ ทำไมกันหนอ ชีวิตนี้ 
พวกเราทั้งหัวเราะชอบใจ ทั้งร้องห่มร้องไห้เสียใจ ทำไมกันหนอ ชีวิตนี้ 

And we laughed oh, and we cried and thought oh, what a life.
And we laughed oh, and we cried and thought oh, what a life.
And we laughed, and we cried and thought oh, what a life.

พวกเราทั้งหัวเราะยิ้มเยาะชอบใจ ทั้งร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจ ทำไมกันหนอ ชีวิตนี้ 
พวกเราทั้งหัวเราะยิ้มเยาะชอบใจ ทั้งร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจ ทำไมกันหนอ ชีวิตนี้ 
พวกเราทั้งหัวเราะชอบใจ ทั้งร้องห่มร้องไห้เสียใจ ทำไมกันหนอ ชีวิตนี้ 

1 ความคิดเห็น: