วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

[แปลเพลงสากล] HOZIER - TAKE ME TO CHURCH


>>> เป็นเพลงโปรดที่สุดของผมตอนนี้เลยครับ ความหมายลึกซึ้ง เพลงแบบนี้นี่แหละที่ผมตามหา เอ้อ ขอบคุณทุกคนที่กดเข้ามาอ่านกันนะครับ เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่มีคนกดเข้ามาดูเยอะที่สุดไปแล้วครับ :) 

HOZIER - TAKE ME TO CHURCH :. ชักนำข้าสู่ทางสว่าง

[Verse 1]
My lover's got humour
She's the giggle at a funeral
Knows everybody's disapproval
I should've worshipped her sooner
If the Heavens ever did speak
She is the last true mouthpiece
Every Sunday's getting more bleak
A fresh poison each week
'We were born sick,' you heard them say it
My church offers no absolution
She tells me 'worship in the bedroom'
The only heaven I'll be sent to
Is when I'm alone with you
I was born sick, but I love it
Command me to be well
Amen. Amen. Amen

คนรักของข้านั้นมีอารมณ์ขัน
เธอหัวเราะขำขัน แม้อยู่ในงานศพ
รู้ดีว่าใครมากมายต่างไม่พอใจ
ข้าเองคงต้องยอมรับนับถือเธอ อีกในไม่ช้านี้
หากคำบัญชาของสวรรค์นั้นมีจริง
เธอคงเป็นคำบัญชาสุดท้ายที่ข้าได้ยิน
ทุกวันอาทิตย์ยิ่งแสนเปล่าเปลี่ยว
ด้วยคำโปรยอาบยาพิษทุกอาทิตย์
คนเรานั้นเกิดมาพร้อมกับบาป เห็นใครเขาพูดกัน
แต่โบสถ์ของข้านั้น ไม่มีพิธีล้างบาป
เธอบอกให้ข้านั้น บูชากันและกันภายในห้องนอน
สรวงสรวงสรรค์ที่ข้านั้นได้ไปเยือน
กลับเป็นสรวงสวรรค์ของข้ากับเธอคนนี้
เกิดมาพร้อมกับบาป กลับชอบที่เป็นอยู่เช่นนี้
โปรดช่วยบัญชาให้ข้าหายดี
เอเมน เอเมน เอเมน
*** ท่อนที่บอกว่า "เกิดมามีบาป แต่กลับชอบที่เป็นแบบนี้" ก็พอจะตีความเข้ากับเอ็มวีที่เป็นรักร่วมเพศกันครับ ส่วนสรวงสวรรค์ที่เขาพูดถึงกันก็คือ การมีเพศสัมพันธ์กันนั่นเองครับ
*** ท่อนนี้จะแสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มแสดงเคารพคนรักของเขาครับ เพราะกล้าทำในสิ่งที่คนอื่นมองเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และสิ่งที่ทำส่วนมากก็ขัดแย้งและสวนทางกับหลักศาสนาเป็นอย่างยิ่งครับ ส่วนทุกวันอาทิตย์ก็คือการเข้าโบสถ์ไงครับ 

[Chorus]
Take me to church
I'll worship like a dog at the shrine of your lies
I'll tell you my sins so you can sharpen your knife
Offer me that deathless death
Good God, let me give you my life
Take me to church
I'll worship like a dog at the shrine of your lies
I'll tell you my sins so you can sharpen your knife
Offer me that deathless death
Good God, let me give you my life

ชักนำข้าสู่ทางสว่าง
ขอน้อมศรัทธาท่านดั่งสุนัขรับใช้ ใต้แท่นบูชาอันแสนโป้ปด
ขอสารภาพซึ่งความผิด เชิญท่านลงทัณฑ์ข้าให้สาแก่ใจ
มอบชีวิตหลังความตายให้แก่ข้า
พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ โปรดรับชีวิตนี้ของข้าไป
ชักนำข้าสู่ทางสว่าง
ขอน้อมศรัทธาท่านดั่งสุนัขรับใช้ ใต้แท่นบูชาอันแสนโป้ปด
ขอสารภาพซึ่งความผิด เชิญท่านลงทัณฑ์ข้าให้สาแก่ใจ
มอบชีวิตหลังความตายให้แก่ข้า
พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ โปรดรับชีวิตนี้ของข้าไป
*** ตามร็อกจีเนียสนะครับ สุดท้ายแล้วเขาก็เคารพเธอคนนั้น เป็นดั่งพระผู้เป็นเจ้าของเขาไงครับ :)
*** ตอนแรกๆเลย ผมเลือกที่จะแปลแยกตามความคิดของผมเอง กับของร็อกจีเนียสครับ แต่พอลองดูดีๆ มันมีส่วนที่เชื่อมต่อกันได้ครับ ถ้าเอาตามความคิดของผมนะครับ ตามเนื้อเพลงจะเห็นว่า เขาไม่มีความเชื่อความศรัทธาในศาสนาเลยใช่ไหมครับ เห็นได้จากการการยกคนรักของเขาเทียบเท่ากับศาสดา อีกทั้งท่อนฮุกที่เทิดทูนศาสดา(คนรักของเขา) แต่ผมคิดว่าทั้งท่อนฮุกเนี่ย แท้จริงแล้วเป็นความต้องการของเขาที่จะเสียดสีศาสดาจริงๆ(ที่ไม่ใช่คนรักของเขา) ผมจึงแปลไปตามนี้ แต่ผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันนะครับ
*** ส่วนชีวิตหลังความตาย ตามหลักศาสนาคริสต์ไงครับ เชื่อว่าคนที่เสียชีวิตแล้วจะได้ไปอยู่กับพระผู้เป็นเจ้า ก็น่าจะสื่อว่าเขาจะจงรักภักดีเธอไปชั่วชีวิตนั่นเองครับ
*** เพิ่มครับ เป็นเหตุผลที่ยกมาอธิบายท่อน Offer me the deathless death นะครับ ลึกซึ้งมากเลย :) ขอยกมาจากร็อกจีเนียสเลยนะครับ แล้วผมแปลอีกที Hozier เคยให้สัมภาษณ์เรื่องความรักไว้ว่า "I found the experience of falling in love or being in love was a death, a death of everything. You kind of watch yourself die in a wonderful way, and you experience for the briefest moment – if you see yourself for a moment through their eyes – everything you believed about yourself gone. In a death-and-rebirth sense."
แปลได้ประมาณว่า... 
" ผมพบประสบการณ์ในการตกหลุมรักนั้น เหมือนกับความตาย ความตายในทุกสิ่งทุกอย่าง ได้มองเห็นตัวเองตายลงไปอย่างน่าอัศจรรย์ และทั้งหมดนั้น เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว -ถ้าคุณได้เหลียวมองเงาสะท้อนของตัวคุณเอง จากข้างในแววตาคู่นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเคยเชื่อเกี่ยวกับตัวของคุณเองนั้น ได้อันตรธานหายไป อารมณ์ประมาณว่าได้ตาย แล้วเกิดใหม่ " :) ชอบการเปรียบเทียบของพี่แกมากเลยครับ 

[Verse 2]
If I'm a pagan of the good times
My lover's the sunlight
To keep the Goddess on my side
She demands a sacrifice
To drain the whole sea
Get something shiny
Something meaty for the main course
That's a fine looking high horse
What you got in the stable?
We've a lot of starving faithful
That looks tasty
That looks plenty
This is hungry work

หากข้านั้นนอกรีต เดินสวนทางกับความดีงาม
คนรักของข้าเปรียบดั่งแสงอาทิตย์
เพื่อให้เทพธิดาของข้านั้นอยู่เคียงข้าง
เธอต้องการพิธีกรรมสังเวย
ขจัดนํ้าในมหาสมุทรให้เหือดแห้ง
ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ส่องประกาย
กลับต้องแลกมาด้วยความตายของหนึ่งชีวิต
ท่าทีหยิ่งทะนงและสูงส่ง
แอบแฝงไปด้วยสิ่งแปดเปื้อนราคี
คนเราต่างโหยหาความจงรักภักดี
มันยั่วเย้านํ้าลายสอ
มันมากมายมหาศาล
เต็มไปด้วยความหิวกระหาย
*** ผมแปลผิดไปเยอะแยะเลย มาแก้ไข บวกกับเพิ่มรายละเอียดให้แล้วครับ T.T
*** ผมขอแปลไปตามนี้เลยนะครับ ไม่ขออธิบายมาก ให้เพื่อนๆคิดเอาเองดีกว่าครับ คิดไปคิดมาแล้วมันสนุกดีนะครับ เพราะเกรงว่าถ้าผมเขียนไป มันจะกระทบกระเทือนใจคนที่นับถือศาสนาคริสต์ครับ :)
*** ร็อกจีเนียสบอกว่า สมัยก่อนพวกนอกรีต มักจะนับถือดวงอาทิตย์ครับ จึงเป็นที่มาของท่อนนั้น
*** ส่วนท่อนที่บอกว่า ท่าทีสูงส่งอยู่บนหลังม้า ท่อนต่อมาถามว่า แล้วอะไรอยู่ในคอกม้าละ ? คำตอบก็น่าจะเป็นมูลของม้า(นี่ผมใช้คำสุภาพไปหรือเปล่าเนี่ย 555) ผมก็เลยตีความไปแบบนั้นครับ ท่าทีที่สง่างาม ที่แท้ก็มีสิ่งโสโครกซุกซ่อนอยู่นั่นเองครับ
*** High horse = A mood or attitude of stubborn arrogance or contempt. ท่าทีหยิ่งทะนงครับ
*** ผมเพิ่งไปอ่านในร็อกจีเนียสเพิ่มมาครับ เขาว่าท่อนนี้สามารถตีความเป็นการมีเพศสัมพันธ์ก็ได้ครับ เนื่องจากคำว่า Something meaty ก็อาจจะสื่อถึงไอ้จ้อนได้ครับ อีกทั้งท่อนที่บอกว่า "เธอต้องการพิธีกรรมสังเวย" นี่ยิ่งส่อไปใหญ่เลยครับ ทั้งไหนจะท่อนที่ว่า โหยหาความจงรักภักดี ยั่วเย้านํ้าลายสอ มากมายมฬาศาล เต็มไปด้วยความกระหาย ทั้งหลายแหล่เหล่านี้ ผมว่า ผมชัวร์แล้วละครับ 555

[Chorus]
Take me to church
I'll worship like a dog at the shrine of your lies
I'll tell you my sins so you can sharpen your knife
Offer me that deathless death
Good God, let me give you my life
Take me to church
I'll worship like a dog at the shrine of your lies
I'll tell you my sins so you can sharpen your knife
Offer me that deathless death
Good God, let me give you my life

ชักนำข้าสู่ทางสว่าง
ขอน้อมศรัทธาท่านดั่งสุนัขรับใช้ ใต้แท่นบูชาอันแสนโป้ปด
ขอสารภาพซึ่งความผิด เชิญท่านลงทัณฑ์ข้าให้สาแก่ใจ
มอบชีวิตหลังความตายให้แก่ข้า
พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ โปรดรับชีวิตนี้ของข้าไป
ชักนำข้าสู่ทางสว่าง
ขอน้อมศรัทธาท่านดั่งสุนัขรับใช้ ใต้แท่นบูชาอันแสนโป้ปด
ขอสารภาพซึ่งความผิด เชิญท่านลงทัณฑ์ข้าให้สาแก่ใจ
มอบชีวิตหลังความตายให้แก่ข้า
พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ โปรดรับชีวิตนี้ของข้าไป

[Bridge]
No masters or kings when the ritual begins
There is no sweeter innocence than our gentle sin
In the madness and soil of that sad earthly scene
Only then I am human
Only then I am clean
Amen. Amen. Amen

ไม่มีแม้ศาสดาหรือราชาองค์ใด เมื่อพิธีกรรมได้เริ่มต้นขึ้น
ไม่มีสิ่งใดจะไร้เดียงสายิ่งไปกว่าบาปกรรมของคนเรา
ท่ามกลางความบ้าคลั่ง และฉากความเศร้าโศกบนผืนโลกนี้
จนกว่าข้านั้นจะเป็นมนุษย์เต็มตัว
จนกว่าข้านั้นจะไร้ซึ่งมลทิน
เอเมน เอเมน เอเมน
*** บอกตามตรงท่อนนี้ ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ไว้ค้นเจอจะมาเพิ่มให้ทีหลังนะครับ :)
*** มาเพิ่มให้แล้วนะครับ ผมขอแปล+ตามความคิดของผมเอง(เพราะผมเองก็ยังไม่เข้าใจแบบกระจ่างสักที T.T)มาจากร็อกจีเนียสเลยนะครับ ก็คือว่า... 
    ความรักระหว่างเขากับเธอสองคนเนี่ย ถูกพวกที่นับถือศาสนามาครหาว่าเป็นบาปครับ แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็ไม่สนใจครับ สังเกตจากท่อนที่บอกว่า เขาเป็นมนุษย์เต็มตัว ไม่ได้เป็นสุนัขรับใช้เหมือนท่อนที่ผ่านมาอีกต่อไปแล้ว อีกทั้งเขาก็ไร้ซึ่งมลทิน เพราะเขาไม่ได้บาปอย่างที่ใครเขาพูดกันไงครับ เขาแค่โดนใครก็ไม่รู้มาตีตราว่ามันเป็นบาป ท่อนนี้แสดงให้เห็นว่าเขายอมรับความสัมพันธ์นี้ต่อไป โดยไม่ต้องไปสนคำครหา ปากหอยปากปูของใครๆทั้งสิ้นครับ :) แต่ไหนเอ็มวีมันโหดเกินไปมากเลยครับ T.T

[Chorus]
Take me to church
I'll worship like a dog at the shrine of your lies
I'll tell you my sins so you can sharpen your knife
Offer me that deathless death
Good God, let me give you my life
Take me to church
I'll worship like a dog at the shrine of your lies
I'll tell you my sins so you can sharpen your knife
Offer me that deathless death
Good God, let me give you my life

ชักนำข้าสู่ทางสว่าง
ขอน้อมศรัทธาท่านดั่งสุนัขรับใช้ ใต้แท่นบูชาอันแสนโป้ปด
ขอสารภาพซึ่งความผิด เชิญท่านลงทัณฑ์ข้าให้สาแก่ใจ
มอบชีวิตหลังความตายให้แก่ข้า
พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ โปรดรับชีวิตนี้ของข้าไป
ชักนำข้าสู่ทางสว่าง
ขอน้อมศรัทธาท่านดั่งสุนัขรับใช้ ใต้แท่นบูชาอันแสนโป้ปด
ขอสารภาพซึ่งความผิด เชิญท่านลงทัณฑ์ข้าให้สาแก่ใจ
มอบชีวิตหลังความตายให้แก่ข้า
พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ โปรดรับชีวิตนี้ของข้าไป
*** ขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ ไม่อยากให้หลงประเด็นครับ คือไม่เชิงว่าหลงประเด็น แต่เท่าที่ดูหลายคนมุ่งไปที่ประเด็นรักร่วมเพศกันเสียส่วนใหญ่ ก็จริงอยู่ครับ ในเนื้อหาของมิวสิควิดีโอมันเป็นอย่างนั้น แต่ในเนื้อเพลงทั้งหมดนั้น เขาหมายถึงอิทธิพลของศาสนาที่สามารถบังคับใจของคนเราได้ครับ ในส่วนที่เพิ่มนี้คือส่วนที่ผมบอกว่าไม่อยากเขียนให้กระทบจิตใจของคนที่นับถือศาสนา แต่พอกลับมาคิดดูอีกที ก็คงไม่น่าจะร้ายแรงอะไรเท่าไหร่ ในส่วนท่อนฮุกนะครับ โฮซี่เออร์แกเปรียบคนรักเทียบเท่ากับพระเจ้าก็จริงครับ แต่พอลองมองข้ามส่วนนั้นไป ก็จะพบว่าการที่คนเรานั้นยอมที่จะก้มหัวให้ศาสนา ทั้งๆที่รู้ดีว่าสิ่งเหล่านั้นหลอกลวง(ตามท่อนที่บอกว่า ขอน้อมศรัทธาดั่งสุนัขรับใช้ ใต้แท่นบูชาอันแสนโป้ปด) นั่นแสดงว่าเป็นการกระทำโดยไม่เต็มใจ แล้วทำไมถึงต้องยอมทำละ อาจจะเป็นเพราะว่าแรงกดดันจากคนส่วนใหญ่ ผลักดันให้ไม่เหลือทางเลือก ฉะนั้นจึงต้องลงเอยอย่างนี้ 

     แต่ถ้ามองในอารมณ์ประมาณว่าประชดประชัน เช่นว่า ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ยังไงดีละ ผมเองก็พูดไม่ถูก แบบว่าใครสักคนที่ทำตัวแปลกแยกไม่เหมือนกับคนเหล่านี้(คนที่นับถือศาสนา) แถมพวกเขาก็ตามมารังควานหาว่าเป็นคนนอกรีต ทั้งๆที่ในใจก็รู้ดีว่าไม่มีวันยอมศรัทธาของแบบนั้นได้แน่ แต่อย่างว่าเขาเป็นคนส่วนน้อย ตามความคิดของผมนะครับ ประโยคที่ว่า "ลากฉันไปโบสถ์ที" คงจะมีความหมายประมาณว่า "ช่วยล้างสมองของฉันที" ล้างสมองและยัดเยียดความรู้สึกนึกคิด ให้สามารถศรัทธาสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสนิทใจเช่นพวกท่าน จะได้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันไปเสียทีครับ ตามประสาของคนส่วนน้อยที่ไม่มีทางเลือกครับ แต่อย่างว่าแหละครับ ในเรื่องของมิวสิควิดีโอ ประเด็นรักร่วมเพศนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาศาสนานี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ชัดเจน จับต้องได้และเข้าถึงได้ง่ายมาก จึงไม่แปลกที่จะเลือกประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ทว่ามันคงจะเด่นชัดเกินไป จนหลายคนมองข้ามปัญหาสำคัญที่โฮซีเออร์พยายามจะสื่อนั้นไปครับ :) ส่วนนี้ผมเขียนตามความรู้สึกที่ได้ฟังเพลงนี้ล้วนๆนะครับ ไม่ได้มีความรู้อะไรเท่าไหร่ แต่ก็ลองเขียนให้เพื่อนๆลองอ่านดูครับ ผิดพลาดอะไรตรงส่วนไหน จะเสริม จะทักท้วง หรือจะแนะนำอะไรตรงไหน ก็ว่ามาได้เลยนะครับ :)

25 ความคิดเห็น:

  1. ชอบเพลงนี้มากเหมือนกันคับ ลึกซึ้งดี
    ปล มิวสิค หดหู่ไปนะ

    ตอบลบ
  2. สุดยอดเลยคะ ชอบมาก

    ตอบลบ
  3. อยากกระจ่างเกี่ยวกับมิวสิควิดีโอมากกว่านี้ค่ะ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องฝังกล่องด้วย ??

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. การฝังกล่องก็คือการซุกซ่อนสถานะการเป็นรักร่วมเพศของเขาไงครับ จะเห็นว่าสุดท้ายแล้ว พวกคนที่ขุดกล่องขึ้นมา พยายามจะแงะกล่องออก แต่ก็ไม่สามารถเปิดออกได้ ตามความคิดของผมก็คือความรักของเขานั่นแหละ ที่เป็นโซ่คล้องกล่องนั้นเอาไว้อีกที และเขาก็ยอมโดนยำตีนตาย ไปพร้อมกับกล่องที่โดนเผาไปทั้งๆที่ยังเปิดไม่ออกนั่นแหละครับ :)

      ลบ
    2. โอ๊วววว...ลึกซึ้งๆๆๆๆๆ ((แอดเก่งจังชอบๆๆๆๆ

      ลบ
  4. อยากแปลอังกฤษเก่งๆ

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ2 มกราคม 2558 23:31

    พี่แปลเพลงนี้ได้เข้าใจง่ายกว่าเว็บอื่นมากๆเลยค่ะ อยากให้พี่ลองแปลเพลง Losing your memory ของ Ryan Star ดู ไม่แน่ใจว่าพี่จะชอบเพลงนี้รึเปล่ายังไงก็ลองฟังดูนะคะ ^^

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ5 กุมภาพันธ์ 2558 16:06

    ไม่ใช่แปลส่งๆแล้วค่ะ แปลดีมาก มีการหาข้อมูลและแปลตามมุมมองความคิดตัวเอง ดีกว่าแปลตามเนื้อไปส่งๆเหมือนเว็บอื่น

    ชอบเพลงนี้ตรงที่เสียดสีศาสนาคริสต์ที่เห็นว่ารักร่วมเพศเป็นบาปนี่แหละค่ะ

    ตอบลบ
  7. ผมในฐานะที่เป็นคริสต์ชนคนหนึ่ง เราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีบาป แล้วเราก็ยอมรับว่าเป็นคนบาป จึงมีคำว่า การสารภาพบาป ในบางประเทศที่ยังไม่แยกศาสนาออกจากการเมือง บ้างก็ไม่เข้าใจคำสอนที่แท้จริง บ้างเอาไปฝังทั้งเป็น บ้างก็เผาหรือเอาหินปาจนตาย แต่แท้ที่จริงแล้วชาวคาทอลิคเชื่อในความรักมากกว่าสิ่งใด เชื่อเรื่องการให้อภัย เพลงนี้หมายถึง ผู้ชายคนหนึ่ง กำลังรู้ตัวว่า ตัวเองเป็นคนบาป ด้วยเหตุที่รักเพศเดียวกัน จึงตัดพ้อกับพระเจ้า ยอมรับว่าเขาเป็นคนบาป ขอให้ท่านลงโทษด้วยการเอาความตายมาให้(เพราะในประเทศที่เขาอยู่นั้นมีการลงโทษชายรักชายแบบนั้น) เขาจึงวิงวอนว่าเขาเลิกรักไม่ได้เขายอมรับว่าเขาบาป จงเอาความตายมาให้เขาดีกว่าให้เขาหยุดรักคนรัก แล้วพาเขาไปในที่ที่ดีกว่านี้(สวรรค์) หรือที่ๆไม่ใช่ที่นี่... มันเป็นเพลงรักครับประมานว่าถึงตายก็จะไม่เลิกรักอ่ะ

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2558 12:14

    อยากให้แปล From Eden ของ Hozier อีกเพลงค่ะ

    ตอบลบ
  9. สุดยอดดดด ข้าน้อยขอคารวะ ><

    ตอบลบ
  10. Take Your Time - Sam Hunt มียังคะ ชอบเพลงนี้ :)

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ8 มีนาคม 2558 11:32

    แปลเก่งมากครัช ^_^

    ตอบลบ
  12. 👍 ชอบ เก็บรายละเอียดดี

    ตอบลบ
  13. ขอบคุณค่ะ แปลได้ลึกซึ้งดีจัง ^_____^

    ตอบลบ
  14. ขอบคุณมากๆนะคะ อธิบายได้ลึกซึ้งมาก ชอบๆๆ

    ตอบลบ
  15. ขอบคุณมากครับ แปลได้เข้าใจมากเลยครับ
    ชอบทั้งดนตรี เนื้อหาเพลง MV ก็โดนใจ เเต่หดหู่สุด ๆ

    ตอบลบ
  16. ตามความเห็นของเรานะคะ
    คนรักข้าฯ ระรื่น หัวเราะได้แม้ในงานศพ
    ใครๆก็ตามต่างก็ปฏิเสธนาง
    แต่ข้าฯกลับอยากเชิดชูบูชานาง
    (คิดว่า คนรัก หรือในเนื้อเพลงคือ Lover สรรพนามคือ she นั้นหมายถึงความบาป คือซาตานสิ่งล่อลวงให้มนุษย์ทำสิ่งที่ชั่วร้ายซึ่งไร้ความรู้สึก ไร้ความสำนึก)

    ถ้าเป็นอย่างที่สวรรค์ได้กล่าวไว้
    นางจะเป็นปากกระบอกเสียงของความจริงสุดท้าย
    วันอาทิตย์แต่ละวันๆ ช่างน่าห่อเหี่ยว ตอกย้ำอย่างกับสารพิษ
    ได้ยินใช่ไหมว่า “เราคนบาป”
    (ในพระคำภีร์เปรียบคนป่วยด้วยโรคเรื้อนหรือความเจ็บป่วยต่างๆว่าเป็นคนบาป ซึ่งเราทุกคนล้วนเกิดมามีบาป ไม่เคยมีใครไม่ทำบาป)

    ในโบสถ์มันไม่มีหรอกความจริงความเที่ยงแท้
    นางบอกกับข้าฯ ให้ร่วมสังวาสกับนาง
    ยอมศิโรราบต่อนางผู้เดียวเป็นทางสู่สวรรค์ทางเดียวที่ข้าฯจะไปได้
    ข้าฯเป็นคนบาป? แล้วไง?
    โปรดบัญชาข้าฯให้เป็นที่พอใจ อาเมน อาเมน

    นำข้าฯไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
    ข้าฯจะนมัสการพระเจ้าอย่างกับหมาตัวหนึ่งที่หน้าพระแท่นอันหลอกลวง
    ข้าฯจะสารภาพบาปทั้งสิ้น ขอพระองค์โปรดลงโทษข้าพระองค์
    ไปยังขุมไฟนรกที่นั้นซึ่งเป็นยิ่งกว่าความตาย
    ได้โปรดเถิด เอาชีวิตข้าฯไปเสียที
    (ตามความเชื่อชีวิตหลังความตายหรือชีวิตนิรันดร์ คือการได้ไปอยู่กับพระเจ้า(สวรรค์) หรือนรกที่ๆคนทรมานร่ำไห้)
    (อ่านที่อื่นมา deathless death แปลว่าความรู้สึกเหนื่อยล้าหลังมีเพศสัมพันธ์ก็ได้)

    สมมติว่าข้าฯเป็นพวกนอกรีตบูชาความสุข คนรักข้าฯเปรียบดังแสงอาทิตย์
    เพื่อรักษานางอันเป็นที่รักให้ชิดกายข้าฯ
    นางปรารถนาเครื่องบูชา “จงสูบน้ำให้แห้งเหือดจากมหาสมุทร แล้วนำไข่มุกที่ส่องประกายมา”
    สัญชาตญาณดิบ ความโลภ เป็นอาหารให้เจ้ามีชีวิต
    ท่าทีหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างนั้นมันทำให้เจ้ามีอะไรบ้าง
    ความเชื่อความศรัทธา มันไม่ได้ทำให้ใครอิ่มหนำหรอก”
    “ดูนั้นสิ! ช่างน่าเอร็ดอร่อย ดูนี่สิ! ช่างดูอุดมสมบูรณ์เสียจริง
    เราต่างก็ไล่ล่าอย่างโหยกระหายทั้งนั้นล่ะ”
    (Drain the whole sea น่าจะเป็นการทุ่มเทตัวเองให้สุดกายสุดใจเพื่อปรนเปรอตัวเองกับความพึงพอใจตามประสามนุษย์)

    เมื่อนั้นพิธีกรรมจะเริ่มขึ้น โดยไม่ต้องมีพระเจ้าหรือกฎเกณฑ์ใดๆ
    กิเลสของมนุษย์เป็นความไร้เดียงสาอันหอมหวาน
    เหตุของตัณหาและธุลีดินของโศกนาฎกรรมทั้งหลายในโลก
    ข้าฯซึ่งเป็นมนุษย์
    ข้าฯเป็นผู้บริสุทธิ์
    อาเมน อาเมน


    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เพิ่งได้อ่านครับ เปิดดูข้อความ มันขึ้นแสปมไว้ โห สุดยอดครับ แปลได้เจ๋งกว่าผมตั้งเยอะแหน่ะ ขอบคุณมากเลยนะครับ ที่แวะมาเพิ่มเติมให้

      ลบ
    2. ชอบคำแปลนี้ที่สุดแล้ว

      ลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ11 กุมภาพันธ์ 2559 00:45

    ผู้ดูแล แปลได้เยี่ยมมากๆๆค่ะ ลึกซึ้งมากๆๆ ขอชื่นขมค่ะ :)

    ตอบลบ
  18. เป็นเพลงที่มีความหมายลึกซึ้งและซับซ้อนในทุกท่อน ชอบมากค่ะให้แง่คิดได้หลายเรื่องมาก

    ตอบลบ
  19. เก่งมากๆ คับ เก่งและขยันจริงๆ ครับ แปลและอธิบายได้เยี่ยมยอดจริงๆ
    พอได้รู้ความหมายแล้ว ยิ่งชอบเพลงนี้เข้าไปใหญ่ คนแต่งเค้าเเต่งได้เยี่ยมจริงๆ

    ตอบลบ