วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

[แปลเพลงสากล] THE LUMINEERS - CLEOPATRA


>>> เพราะมากครับ เพลงในอัลบั้มนี้ ซึ่งก็มีชื่อว่า Cleopatra ในอัลบั้มนี้จะมีสามแทร็กครับ ที่มีชื่อเพลงเป็นชื่อของผู้หญิง อันได้แก่ Ophelia(ผมแปลเรียบร้อยแล้วครับ) ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกเปิดอัลบั้ม ส่วนเพลงนี้ Cleopatra เป็นซิงเกิ้ลที่สอง และเพลงที่สามคือเพลง Angela ครับ ซึ่งเพราะมากเหมือนกัน ซึ่งมีเนื้อหาประมาณว่าเธอจะระหกระเหินหนีไปไหน สุดท้ายสองเราก็กลับมาเจอกันอยู่ดีครับ น่าจะตรงกับสำนวนที่ว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน คิดไว้ว่าจะแปลอยู่ครับ :)

>>> วิดีโอนี่คือที่มาที่ไปของเพลงครับ เวสเล่าว่าได้เจอแท็กซี่หญิงคนหนึ่ง ซึ่งอายุมากแล้ว เวสรู้จักเธอผ่านทางเพื่อนคนนึงครับ เธอเองก็ได้เล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของเธอให้ฟังครับ เวสเลยได้แรงบันดาลมาแต่งเพลงนี้ และผมเองคิดว่าน่าจะเสริมเรื่องราวของคลีโอพัตราแห่งดินแดนอียิปต์เข้าไปด้วยครับ เรื่องราวมันคล้ายๆกัน ระหว่างชีวิตรักของคลีโอพัตรากับมาคัสครับ ลองอ่านกันดูเองนะครับ :)

THE LUMINEERS - CLEOPATRA :. คลีโอพัตรา

[Verse 1]
I was Cleopatra, I was young and an actress
When you knelt by my mattress, and asked for my hand
But I was sad you asked it, as I laid in a black dress
With my father in a casket, I had no plans

ฉันคือคลีโอพัตรา ยังอ่อนเยาว์ ทั้งเป็นนักแสดงสาว
เมื่อครั้งนั้นเธอได้คุกเข่าข้างฟูกนอน ร้องขอให้ฉันยื่นมือ
ฉันยังไม่ทันหายเศร้า เธอคุกเข่าลง ต่อหน้าฉันที่แต่งกายด้วยชุดดำ
ศพของพ่อฉันท่านยังอยู่ในโลง ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
*** ท่อนนี้เท่าที่ค้นมาแล้วเป็นเรื่องราวของหญิงสูงอายุที่เป็นคนขับรถแท็กซี่ครับ อันนี้ในเฟสของวงเองก็เล่าว่า(โพสในเพจของวงเลยครับ) ร้องไห้ในกองจนต้องหยุดเท้ก ถ่ายใหม่เลยครับ เรื่องนี้เป็นจริงทุกอย่างตามท่อนนี้เลยครับ แฟนของเธอขอแต่งงาน แต่ว่าพ่อของเธอก็มาด่วนจากไปเสียก่อน เธอเลยเสียใจและไม่ได้ให้คำตอบเขา เขาเลยหายไปและไม่กลับคืนมาอีกเลยครับ เขาเป็นคนรักที่ดี เธอเสียดาย จนไม่ยอมล้างรอยเท้าของเขาออกเลย นับตั้งแต่วันที่เขาหันหลังกลับไป T.T

And I left the footprints, the mud stained on the carpet
And it hardened like my heart did when you left town
But I must admit it, that I would marry you in an instant
Damn your wife, I'd be your mistress just to have you around

แล้วฉันปล่อยรอยเท้าของเธอทิ้งไว้ คราบโคลนที่เป็นเปรอะเปื้อนอยู่บนพรม
มันแข็งเกรอะกรังดังเช่นในใจของฉัน เมื่อรู้ว่าเธอได้จากเมืองนี้ไป
แต่ฉันก็ต้องขอยอมรับว่า ฉันเองอยากแต่งงานกับเธอให้รู้แล้วรู้รอดไป
พับผ่าสิ นั่นภรรยาเธอนี่ แต่ฉันจะยินดีเป็นชู้ เพียงเพื่อได้มีเธออยู่ข้างกาย
*** เรื่องรอยเท้านี้ตรงตามที่ผมได้เล่าไปก่อนหน้านี้แล้ว คำตอบของเธอในตอนนี้คือ "ใช่" แต่ว่ามันเป็นคำว่า "ใช่" ที่สายเกินไปแล้วครับ เพราะเขาเองได้มีคนใหม่ไปเสียแล้ว T.T

[Chorus]
But I was late for this, late for that, late for the love of my life
And when I die alone, when I die alone, when I die I'll be on time

แต่ทว่ามันสายเกินไป ฉันมาช้าเกินไป สายไปแล้วสำหรับความรักของฉันนี้
หากฉันจะตายคนเดียว หากจะตายคนเดียว หากฉันตายคนเดียว จะไม่สายเช่นนี้อีกต่อไป
*** อันนี้ถ้าผมเล่าเรื่องคลีโอพัตรากับมาร์คัสลงไปด้วย มันจะยิ่งกินใจ และเป็นการเปรียบเปรยความเสียใจของเธอได้ดียิ่งกว่าครับ ซึ่งมันยาวมาก แต่ผมก็จะเล่าให้ฟังนะครับ แต่จะแทรกตามท่อนเพลงไปนะครับ
*** นี่ลิงค์เพิ่มเติมนะครับ ประวัติของคลีโอพัตราและมาร์คัส การตายของคลีโอพัตรา(ภาษาอังกฤษนะครับ)

[Verse 2]
While the church discouraged, any lust that burned within me
Yes my flesh, it was my currency, but I held true
So I drive a taxi, and the traffic distracts me
From the strangers in my backseat, they remind me of you

ในขณะที่ศาสนาคอยกล่อมเกลา แต่ความปรารถนานั้นกลับแผดเผาฉันอยู่ข้างใน
ใช่แล้ว นี่มันเนื้อหนังของฉันเอง ร่างกายที่ฉันยอมรับ ตัวฉันก็ย่อมเป็นของฉัน
ฉันเลยได้มาขับรถแท็กซี่ จราจรที่คับคั่งเล่นงานฉันจนไขว้เขว
จากคนแปลกหน้าที่เบาะหลัง เขาทำให้ฉันนึกย้อนถึงเธอขึ้นมา
*** ในเนื้อเพลงนี้ ถ้าพูดถึงโบสถ์ที่ทำให้เธอต้องหมดขวัญกำลังใจ นั่นก็เพราะเธอต้องการจะเป็นชู้กับคนอื่นไงครับ ชู้สาวเป็นเรื่องต้องห้ามทางศาสนา แต่ถ้ามองในส่วนของอุปสรรคความรักของคลีโอพัตรากับมาร์คัส จะกลายเป็นว่ากฎหมายของโรมันที่ห้ามแต่งงานกับคนต่างประเทศครับ เนื่องจากคลีโอพัตราเธอเป็นคนอียิปต์ และอุปสรรคอีกอย่างสำหรับคู่นี้ก็คือ ภรรยาอีกคนของมาร์คัสครับ มีชื่อว่าออคเทเวียร์ ซึ่งการแต่งงานครั้งนี้ เป็นการแต่งเพื่อสานสัมพันธ์ทางการเมืองล้วนๆครับ ซึ่งนี่ก็เหมือนจะเป็นเหตุผลที่เข้ากับท่อนฮุกได้ แต่ไม่ใช่ครับ เพราะเธอไม่ใช่คนมาทีหลัง มาร์คัสเองก็หลงรักคลีโอพัตรามากๆ จนมีศัตรูมากกมาย แม้กระทั่งฝ่ายของตัวเอง ก็เพราะไปหลงรักคนที่เลือดเนื้อเชื้อไขอื่นอย่างเธอ :)

[Chorus]
But I was late for this, late for that, late for the love of my life
And when I die alone, when I die alone, when I die I'll be on time

แต่ทว่ามันสายเกินไป ฉันมาช้าเกินไป สายไปแล้วสำหรับความรักของฉันนี้
หากฉันจะตายคนเดียว หากจะตายคนเดียว หากฉันตายคนเดียว จะไม่สายเช่นนี้อีกต่อไป
*** ต่อมามาคัสก็หย่ากับออคเทเวีย แล้วก็กลับมาแต่งงานกับคลีโอพัตราครับ มีลูกด้วยกันสามคน ทางฝ่าย
ออคเทเวียก็โกณธมากที่โดนทำอย่างนี้ ประชาชนโรมันเองก็เดือด และแล้วมาคัสแห่งโรมันก็โดนเล่นงานหาว่าทำแปดเปื้อนเชื้อสายภรรยาแห่งราชวงค์โรม เพราะคว้าโสเภณีต่างประเทศมาทำเมีย โดนกล่าวหาแม้กระทั่งว่าเป็นคนทรยศ เพราะโดนปั่นหัวจากคลีโอพัตรา จากนั้นสองคนนี้ก็ต้องพากันหนีหัวซุกหัวซุนครับ

[Bridge]
And the only gifts from my Lord were a birth and a divorce
But I've read this script and the costume fits, so I'll play my part

และของขวัญจากพระเจ้าสำหรับฉันแล้ว มีเพียงแค่การได้เกิดมา พร้อมกับการหย่าร้าง

แต่ฉันก็อ่านบทละครนี้ เสื้อผ้าหน้าผมพร้อม ฉันพร้อมจะสวมบทบาทนี้แล้ว
*** ท่อนที่บอกว่าอ่านบทละครนี้ แล้วยอมเล่นตามบทเนี่ย ให้อารมณ์เหมือนว่ายอมรับในโชคชะตายังไงยังงั้นเลยครับ ชอบท่อนนี้จังแฮะ เอ้อ คลีโอพัตรากับมาคัสจะโดนบังคับให้หย่าด้วยครับ
*** พูดถึงคำว่าหย่าร้าง สำหรับใครที่ไม่เข้าใจวิดีโอนี้(มีเรื่องราวประกอบเอ็มวีด้วยครับ) ผมจะเล่าให้ฟังแล้วกันครับ ก็คือคนขับแท็กซี่ที่เป็นหญิงสูงอายุคนนี้ เธอรับคนโดยสารปกติทั่วไป เหลือบมองกระจกดูคนแปลกหน้าที่นั่งเบาะหลัง พลางนึกถึงชีวิตหลังของตัวเอง จากนั้นก็มีไอ้หนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งคนนั้นคือลูกชายของเธอครับ เธอพาลูกชายไปกินแม็ค หลังจากนั้นก็ขับรถไปลูกชายเธอที่บ้าน โดยมีคุณลุง(แฟนเก่าของเธอ)มารับลูกชาย เธอก็มองภาพย้อนไปว่า แต่ก่อนเธอก็เคยเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับลุกชายและสามีครับ แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ผมเลยคิดว่าเธอน่าจะหย่าร้างกับสามีของเธอไงครับ ก็จะตรงกับท่อนนี้ด้วย T.T

[Verse 3]
I was Cleopatra, I was taller than the rafters
But that's all in the past now, gone with the wind
Now a nurse in white shoes leads me back to my guestroom
It's a bed and a bathroom
And a place for the end

ฉันคือคลีโอพัตรา ฉันนั้นสูงส่งเหนือกว่าใครอื่นใด
แต่วันวานเหล่านั้นได้พ้นผ่านไปเสียแล้ว พัดลอยไปตามสายลม
และตอนนี้นางพยาบาลรองเท้าขาวพาฉันกลับไปยังห้องพักของฉันเอง
ห้องที่มีเตียงนอน แล้วก็ห้องนํ้า
และนั่นคือสถานที่สำหรับวาระสุดท้ายของชีวิต
*** แต่ก่อนคลีโอพัตราสูงส่งและยิ่งใหญ่มาก แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ส่วนท่อนที่บอกว่า 
Gone with the wind มันเป็นหนังเรื่องหนึ่งครับ ลองไปหาดูครับ เนื้อหาตรงกับเรื่องราวในเพลงนี้เหมือนกัน
*** และสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดที่เธอได้ทำลงไปกับความรักของเธอระหว่างมาคัส เนื่องจากเธอต้องการหนีให้พ้นจากการตามล่าของพวกโรม เธอเลยกุข่าวมาว่าเธอนั้นได้เสียชีวิตลงไปแล้ว พร้อมกับสร้างหลุมศพปลอมของเธอขึ้นมาเพื่อความแนบเนียน และมันก็น่าจะแนบเนียนมาก จนกระทั่งมาคัสได้ทราบข่าวการตายของเธอ เขาเลยชักดาบหวังปลิดชีพตัวเองทันที พร้อมกับพูดว่า "why delay any longer? Fate has snatched away the only thing for which I still wanted to live". ซึ่งแปลประมาณว่า "จะยื้อชีวิตต่อไปอีกทำไม ในเมื่อโชคชะตาได้พรากสิ่งเดียว พรากสิ่งที่ทำให้ฉันนั้นมีชีวิตอยู่ไปเสียแล้ว" แต่เขาก็ได้ทราบทีหลังว่าเธอยังไม่ตาย และยังมีชีวิตเดินทางไปถึงหลุมศพปลอมๆของเธอ โดยมีทหารรับใช้พาไป ทางเข้าถูกปิดกันอย่างแน่นหนา แต่เขาถูกลากขึ้นไปทางหน้าต่าง สุดท้ายมาคัสและคลีโอพัตราก็ได้เจอกัน ทันทีที่เธอเห็นเขา เธอที่สวมผ้าบังหน้าอยู่ก็ร้องห่มร้องไห้เสียใจ พร้อมกับตีอกชกหัวตัวเอง กรีดข้อมือทำร้ายตัวเองจนเลือดไหลไปหมด มาคัสที่บาดเจ็บอยู่ก็พยายามจะห้ามเธอไว้และปลอบใจเธอ สุดท้ายเขาสองคนดื่มไวน์ด้วยกัน พร้อมกับมาคัสที่สิ้นใจอยู่ในอ้อมแขนของเธอครับ T.T

[Outro]
I won't be late for this, late for that, late for the love of my life
And when I die alone, when I die alone, when I die I'll be on time

แต่ทว่ามันสายเกินไป ฉันมาช้าเกินไป สายไปแล้วสำหรับความรักของฉันนี้
หากฉันจะตายคนเดียว หากจะตายคนเดียว หากฉันตายคนเดียว จะไม่สายเช่นนี้อีกต่อไป
*** จากนั้นเธอก็ถูกจับได้ และทำร้ายตัวเอง ตรอมใจจนไม่ยอมกินข้าวกินนํ้าและล้มป่วยลง และมีคนเกรงว่าเธอจะฆ่าตัวตายครับ เลยขังเธอเอาไว้เพราะต้องการเอาตัวเธอกลับไปที่โรม แต่สุดท้ายเธอก็ฆ่าตัวตายจนได้ ซึ่งไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเธอเสียชีวิตแบบไหน แต่ในนิยายของเช็กสเปียร์ เธอตายเพราะพิษงูเห่าที่มีคนลอบเอามาให้เธอ และเธอจับมาให้กัดตัวเองตายครับ :(
*** อีกอย่างท่อนฮุกน่าจะตรงกับชีวิตคลีโอพัตรากับมาคัสมากกว่า ที่ต่างคนต่างฝ่ายต้องการจะฆ่าตัวตายเพื่อกันและกัน ต่างคนต่างคิดว่าหากฝ่ายนึงตายไปแล้ว อีกฝ่ายต้องตายตามไปด้วย แต่คลีดอพัตรานี่เลวร้ายสุด เพราะตัวเองเป็นต้นเหตุการตายของอีกฝ่าย ทั้งๆที่ไม่ควรจะเป็นด้วยซํ้า อยากตายก็ตายไม่ได้ เพราะมีคนขัดขวาง จนสุดท้ายก็สามารถฆ่าตัวตายเพื่อไปหาคนรักที่ปรโลกได้สำเร็จ เพลงนี้ช่างหดหู่ดีแท้ T.T

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น