วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557

[แปลเพลงสากล] X AMBASSADORS - UNCONSOLABLE


>>> เพลงนี้ความหมายโคตรซึ้งเลยครับ(เกี่ยวกับความสัมพันธ์พี่น้องภายในวง) แถมเอ็มวีก็เจ๋งดี เป็นการเล่าเรื่องตัดสลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน แถมเหตุการณ์ที่ตัดสลับกันไปมาก็สอดคล้องกันด้วยครับ แล้วก็นำไปสู่บทสรุปที่น่าหดหู่ดี T.T แถมมีเรื่องให้อึ้งเกี่ยวกับวงนี้อีกครับ เดี๋ยวตามไปอ่านกันข้างล่างเลย

X AMBASSADORS - UNCONSOLABLE :. ไม่อาจปลอบโยนได้

I hope we stay
Thick as thieves
Butter and bread
Pillars on colonial homes
And I wish I could shout you out
False start
Don't get your cane caught in the cracks
Buckle your seat belts
Polluting the air waves
Single and lonely

หวังว่าเราจะอยู่ร่วมกัน
สายสัมพันธ์แนบแน่น
ดังเนยที่แนบติดขนมปัง
ดังเสาหลักที่คอยคํ้าจุนตัวบ้าน
และเป็นปากเสียงคอยร้องตะโกน
ผิดพลาดตั้งแต่ต้น
ไม่ให้ไม้เท้าของนายไปสะดุดเข้ากับซอกอะไร
คอยคาดเข็มขัดนิรภัยให้
สบถคำหยาบในคลื่นวิทยุ
โดดเดี่ยวและเดียวดายไปด้วยกัน

*** ผมทึ่งมากครับ แต่ก่อนที่ฟังเพลงนี้ก็ฟังแค่เพราะความไพเราะของเพลงก็เท่านั้น แต่พอจะเมนท์ตอบบางคนที่ไม่เข้าใจว่าเอ็มวีเพลงนี้ มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น สรุปก็มีคนมาตอบไว้แล้ว และคล้ายกับที่ผมคาดไว้หมือนกัน ทีนี้พอจะลองเลื่อนลงไปอ่านดูอีก ก็มีคนมาเสริมว่าเพลงนี้เกี่ยวกับพี่น้อง ซึ่งก็คือคนร้อง กับมือคีย์บอร์ด แถมคนที่เล่นคีย์บอร์ดนั้นตาบอดด้วยครับ พอดูเนื้อเพลงเท่านั้นแหละ กระจ่างเลย 
    แถมหลงรักวงนี้เข้าอย่างจังเลย ขอถวายตัวเป็นแฟนคลับเลยแหละครับ T.T ที่ผมรู้จักวงนี้เพราะว่าฟังอีกเพลงมาครับ ซึ่งเดียวจะแปลตามมาทีหลัง ขอบอกว่าเพลงมันมาก 555 ตอนแรก แค่เห็นว่าอยู่ค่ายในเครือเดียวกันกับ Imagine Dragons ครับ ผมเลยเชื่อมือ เชื่อถือความเจ๋งของวงที่ผมรักวงที่สุดวงหนึ่ง 555 เลยลองไปค้นมาฟังดู สุดท้ายก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆครับ ซาบซึ้งความรักของพี่น้องนี้จริงๆครับ ชาบู T.T
   โดดเดี่ยวและเดียวดายไปด้วยกัน โคตรซึ้งเลยว่าไหม คนโสด(คนร้อง) ส่วนคนเดียวดาย(คนที่ตาบอด)
Polluting the airwaves = To say bad words on the radio. ผมว่าเขาจะชอบพูดคำหยาบมั้งครับ โดยดูได้จาก ร็อกจีเนียส (กดไปดูเลย พี่แกมาตอบไว้บางส่วนด้วย) งานนี้ผมตะลอนทัวร์ไปทั่วเว็บเลยครับ 555

And you said you are
Unconsolable
And you said you are, are
And you said you are, are
Unconsolable, Uncontrollable

และนายก็ตอบกลับมาว่า
ความทุกข์ของนายนั้นไม่อาจปลอบโยนได้
และนายก็ตอบกลับมาว่า ตอกกลับมาว่า
และนายก็ตอบกลับมาว่า ตอกกลับมาว่า
ความทุกข์ของนายนั้นไม่อาจปลอบโยน หรือแม้แต่จะควบคุมได้เลย
*** ตามความคิดของผมนะครับ ต่อให้เขาดูแล(ผมเองก็ไม่ทราบนะครับว่า คนไหนพี่ หรือคนไหนน้อง)ดีมากขนาดไหน แต่มันก็เป็นแค่การบรรเทาครับ ความทุกข์หรือความเจ็บปวดของเขาเป็นสิ่งที่ไม่อาจปลอบโยน หรือแม่แต่จะควบคุมได้เลย เหมือนว่าที่เขาดูแลอย่างเต็มที่นั้นก็เป็นเพียงการบรรเทาทุกข์เพียงภายนอก ส่วนภายใน ซึ่งก็คือความทุกข์ที่ฝ่ายคนที่ตาบอดนั้นต้องแบกรับไว้เต็มๆเลยนั่นเองครับ ถึงแม้จะมีกำลังใจที่ดียังไง มันก็ต้องแอบมีคิดน้อยเนื้อตํ่าใจบ้างแหละน่า จะว่าไป ผมล่ะซาบซึ้งนํ้าใจพี่น้องคู่นี้จริง :(

Come up to my house
Drink with my friends
You can lay on my couch
Aching to start all over again
Go on back to your room
Wait a minute, it's my room
Was it something I said
Was it something I said

กลับเข้าไปในบ้าน
ชนแก้วกับผองเพื่อน
นายจะนั่งลงบนโซฟาก็ได้
ปรารถนาที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
กลับไปยังห้องของนายก่อน
ช้าก่อน นี่มันห้องของฉันหนิ
นี่ฉันพูดอะไร ผิดพลาดไปหรือเปล่า
นี่ฉันพูดอะไร ผิดพลาดไปหรือเปล่า
*** ผมว่าอาจจะเป็นคนร้องที่ดื่มแล้วเมานักไปหน่อย จนเผลอพูดอะไรออกไปทำร้ายจิตใจของฝ่ายที่ตาบอดเพราะคนที่ดูแลก็ต้องมีเหนื่อย มีบ่นบ้างเป็นธรรมดา ทั้งเมาด้วย เลยอาจมีเผลอพูดแรงๆออกไป

And you said you are
Unconsolable
And you said you are, are
And you said you are, are
Unconsolable, Uncontrollable

และนายก็ตอบกลับมาว่า
ความทุกข์ของนายนั้นไม่อาจปลอบโยนได้
และนายก็ตอบกลับมาว่า ตอกกลับมาว่า
และนายก็ตอบกลับมาว่า ตอกกลับมาว่า
ความทุกข์ของนายนั้นไม่อาจปลอบโยน หรือแม้แต่จะควบคุมได้เลย

C-C-C-Come up to my house
Drink with my friends
You can lay on my couch
Aching to start all over again
Go on back to your room
Wait a minute, it's my room
Throwing up on my bed
Was it something I said
I said

กลับเข้าไปในบ้าน
ชนแก้วกับผองเพื่อน
นายจะนั่งลงบนโซฟาก็ได้
ปรารถนาที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
กลับไปยังห้องของนายก่อน
ช้าก่อน นี่มันห้องของฉันหนิ
อาเจียนออกมาคาที่นอน
นี่ฉันหลุดปาก พูดอะไรออกไปหรือเปล่า
ฉันหลุดปากไป

Well I hope we stay
Thick as thieves
Butter and bread
Pillars on colonial homes
And I wish I could shout you out
False start
Don't get your cane caught in the cracks
Buckle your seat belts
Polluting the air waves
Single and lonely

หวังว่าจะได้อยู่ร่วมกัน
สายสัมพันธ์แนบแน่น
ดังเนยที่แนบติดขนมปัง
ดังเสาหลักที่คอยคํ้าจุนตัวบ้าน
และเป็นปากเสียงคอยร้องตะโกน
ผิดพลาดตั้งแต่ต้น
ไม่ให้ไม้เท้าของนายไปสะดุดเข้ากับซอกอะไร
คอยคาดเข็มขัดนิรภัยให้
สบถคำหยาบในคลื่นวิทยุ
โดดเดี่ยวและเดียวดายไปด้วยกัน
*** ลืมไปครับ Thick as thieves = Very close-knit; friendly; allied (Thick = close and loyal).
ส่วน False start = An unsuccessful attempt to begin something. ผมว่าน่าจะหมายถึงการตาบอดครับ ส่วนในเอ็มก็น่าจะหมายถึง การที่ต้องพลัดพรากจากกันของสองพี่น้องนั่นเองครับ

And you said you are
Unconsolable
And you said you are, are
And you said you are, are
Unconsolable, Uncontrollable

และนายก็ตอบกลับมาว่า
ความทุกข์ของนายนั้นไม่อาจปลอบโยนได้
และนายก็ตอบกลับมาว่า ตอกกลับมาว่า
และนายก็ตอบกลับมาว่า ตอกกลับมาว่า
ความทุกข์ของนายนั้นไม่อาจปลอบโยน หรือแม้แต่จะควบคุมได้เลย
*** ส่วนเอ็มวีนั้น หากใครดูไม่เข้าใจผมจะอธิบายให้ฟังครับ
     ก็จากเอ็มวีจะเห็นว่าเด็กสองคนนั้นอยู่ด้วยกัน แล้วมีตาลุงแก่จะมาพาตัวเด็กทั้งสองไป ตัวน้องถูกจับขึ้นรถไปได้ ส่วนพี่นั้นสามารถหนีออกมาได้ ตั้งแต่นั้นมาเขาทั้งสองเลยต้องพลัดพรากจากกัน จริงๆน่าจะเข้าใจกันหมดเนาะ เพราะเขาเลือกคนแสดงได้เหมือนมากระหว่างตอนเด็กกับตอนโต รวมถึงเสื้อผ้าด้วย 555 พอสักสิบปีผ่านไป คนพี่ก็โดนเพื่อนลากไปกินเหล้า จริงๆในเอ็มวีมันจะตัดสลับกันไปมา ซึ่งมันน่าสนใจกว่าการที่ผมเล่าแบบเรียงไปตามไทม์ไลน์มาก T.T ก็ไปป้ะกันเข้าตอนที่น้องกำลังโดนรุมซ้อม คนพี่เห็นก่อนก็จำได้ทันทีและตรงปรี่เข้าไปช่วย จริงๆมันซึ้งดี เพราะตอนเด็กเขากลับช่วยอะไรน้องไม่ได้เลย ตอนโตจึงรีบออกไปกางแขนปกป้องน้องของตัวเอง เพื่อชดใช้กับตอนอดีตที่ไม่อาจทำได้ ได้เพียงวิ่งหนี แต่ตอนสุดท้าย น่าจะโดนดักทำร้ายทั้งคู่ หักมุมซะงั้นน่ะ น่าจะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งหน่อยดิ ไหนๆก็อุตส่าห์มาเจอกันได้ทั้งที

1 ความคิดเห็น:

  1. ยิ่งมาดูความหมายยิ่งชอบเข้าไปอีก ติดตามวงนี้อยู่เหมือนกัน นึกว่าจะไม่มีคนแปลสะแล้ว ^^ ขอบคุณค่า

    ตอบลบ