วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

[แปลเพลงสากล] TWENTY ONE PILOTS - HOLDING ON TO YOU

>>> ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่เลือกแปลเพลงนี้ ปวดหัวชิบหาย 555 แต่เพื่อวงที่ชอบผมยอมไม่ได้ หลังจากที่ดองแปล จนถึงขนาดจำใจต้องกดลบกันมาก่อน ตั้งแต่เดือนที่แล้วๆๆๆ ก็ปลุกใจให้มันฮึดสู้ลองแปลดูอีกสักตั้ง ปรากฏว่ารื่นหัวดีชิบหายแปลไหลลื่นแต่แล้วก็ต้องสะดุดแหกโค้งตายตรงท่อนฮุก รวมถึงท่อน เอนเตอเทนหมายเฟ้ตๆๆๆ ท่อนโคตรสั้น ร้องกันสิบ สิบเอ็ดรอบแต่ไม่รู้จะแปลเป็นภาษาไทยว่ายังไง สัสกูไปต่อไม่เป็นแล้ว T.T แปลเพลงของวงนี้ทีไร แทบลมจับ แต่ก็หนุกดีนะตอนที่แปลเสร็จแล้ว เหมือนได้ฝึกการตีความ รวมถึงได้รับความรู้ในคริสต์ศาสนา? เอ่อ ผมไม่คริสต์นะแต่แปลไปตามความเข้าใจของผมเอง ใครที่เป็นคริสเตียนหลงเข้ามาอ่าน ถ้าใจดี แก้ให้ผมหน่อยจะซาบซึ้งตรึงใจเป็นอย่างยิ่งเลย 555 แต่ครั้งนี้ขอลงเอยอีหรอบเดิมคือถูๆไถๆไปละกันนะครับเนาะ

[มาดูสำนวนกันสักเล็กน้อยครับ]
1."T"'s uncrossed and "I"'s undotted = แปลเป็นไทยว่า ตัวทีที่ไม่ได้เขียนขีดตรงหัว(t) กับตัวไอที่ลืมใส่จุด(i)
ก็ลองนึกภาพตามครับ ผมคิดเอาเองว่าน่าจะแปลว่าสะเพร่า ไม่เอาใจใส่ครับ ลองเปิดค้นดูก็มีความหมายออกมาในทำนองนั้นครับ ใครที่อยากจะรู้ ก็ลองไปอ่านเล่นๆดูกันครับ >>> จิ้ม <<<
2.Holding on to something = จริงๆเปิดเจอหลายความหมายครับ แต่ที่เหมาะสำหรับในที่นี้ก็คือ To continue feeling or believing something. ครับ แปลว่ายังคงรู้สึกหรือศรัทธาในสิ่งนั้นๆเสมอไปครับ
3.Mountain range = A series of mountain ridges alike in form. แปลว่าแนวเขาแหละมั้งครับ แต่ในนี้มันมีคำว่าสมองมาเกี่ยวด้วย ผมก็เลยคิดเอาเองว่า ทั้งท่อนเนียะ แปลว่าท่อนสมองก็แล้วกัน ง่ายๆดี 555


TWENTY|ONE|PILOTS - HOLDING ON TO YOU 
:. ข้ายังศรัทธาในท่านเสมอ(พระเจ้า!!!)

I'm taking over my body
Back in control, no more shotty
I bet a lot of me was lost
"T"'s uncrossed and "I"'s undotted
I fought it a lot and it seems a lot
Like flesh is all I got
Not any more, flesh out the door,swat

ผมกำลังทวงร่างกายของผมคืน
กลับสู่ภายใต้การควบคุม ไม่เอาอีกแล้ว
พนันว่าผมพลาดท่าเสียไปเยอะเลย
ทั้งที่ไม่เอาไหน และก็ไม่ได้เรื่อง
ผมทุ่มไปสุดตัว แต่ดูเหมือนว่า
ผมกลับแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
พอกันเสียที ทะลายกรอบเดิมๆนี้ไปได้แล้ว 
*** ท่อนนี้จะพูดรวมๆไปที่ใช้ชีวิตธรรมดาทั่วไปครับ ในแร็ปจีเนียสบอกว่าทางโลกด้วย แต่ผมไม่ได้อยากแปลให้มันธรรมะธรรมโมขนาดนั้นหรอก 555 ( เค้าบอกมาว่า Shotty แปลว่าแดกเหล้าได้ด้วยครับ แต่ผมขอแปลงี้นะ)

I must'a forgot, you can't trust me
I'm open a moment and close but don't show it
Before you know it I'm lost at sea
And now that I write and think about it
And the story unfolds
You should take my life
You should take my soul

ลืมไปว่าผม มันคนประเภทเอาแน่เอานอนไม่ได้
เดี๋ยวก็ผีเข้าผีออก แต่แอบปิดไว้ไม่บอกใคร
กว่าจะรู้ตัวกัน ก็ไล่ตามผมไม่ทันเสียแล้ว
ผมหยิบปากกาขึ้นมาเขียน คิดแล้วก็คิดอีก
จนสุดท้ายก็ถึงบางอ้อ
ขอมอบถวายชีวิตนี้แด่ท่าน 
รวมถึงจิตวิญญาณของข้าไป
*** อาจสับสนในชีวิต แล้วก็คิดหลงมั่วไปเรื่อย จนลองจับปากกามาเขียน แล้วคิดทบทวนให้ดี สุดท้ายก็ ปิ๊ง !!! เรายังมีพระเจ้าอยู่ทั้งคน ไงครับ 555

You are surrounding all my surroundings
Sounding down the mountain range
Of my left-side brain
You are surrounding all my surroundings
Twisting the kaleidoscope
Behind both of my eyes

ท่านยังคงอยู่เคียงข้าง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายข้า
ท่านยังคงสถิตอยู่ในเบื้องล่าง
ภายใต้สมองซีกซ้ายของข้าเอง
ท่านยังคงอยู่เคียงข้าง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายข้า
แปรเปลี่ยนสิ่งที่เห็นอยู่ให้กลับกลาย
ภายใต้ดวงตาทั้งสองของข้าเอง
*** ขอยกทั้งประโยคที่อธิบายในแร็ปจีเนียสมาเลยนะครับ ผมไม่มีปัญญาคิดเรื่องลึกซึ้งแบบนี้ได้หรอก 555 ตามนี้เลย A kaleidoscope is something that when you twist reveals different patterns and colors. If it was in front of his eyes it would imply God changes WHAT he sees, but it behind behind his eyes shows that God changes HOW he perceives what he sees. God has given him a new outlook on life. แปลว่า คาลิโดสโคปเนี่ยเป็นสิ่งทำให้มองเห็นพลิกกลับต่างไปจากของเดิม(ลองมองมุมกลับปรับมุมมอง) และถ้ามันอยู่ตรงตาเค้า ก็อาจจะหมายถึงพระเจ้าเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เค้ามองเห็นโดยตรง แต่ไอ้นี่มันดันมาอยู่ข้างหลังลูกกะตาเค้า นั่นแสดงว่าพระเจ้าได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เค้าได้รับรู้มาแล้ว(หมายถึงหลังจากที่เห็นไปแล้ว) เหมือนได้ตีความใหม่อีกที ไม่ได้แบบให้เห็นโดยตรง แต่ต้องใช้หัวสมองคิดกันเอาเองอีกทีน่ะครับ (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะ T..T) เอ้ออีกอย่างสมองซีกซ้ายเป็นสมองที่ควบคุมการกระทำครับ ส่วนซีกขวาเป็นการจินตนาการ นั่นแสดงว่าเค้านับถือพระเจ้าแบบเข้าเส้นเลยมั้งครับ เพราะเป็นการยึดถือปฏิบัติเลย อันนี้ผมคิดเอง เขียนเอง มั่วไปเองครับ 555

And I'll be holding on to you

และข้าจะยังศรัทธาในตัวท่านเสมอไป

Remember the moment
You know exactly where you're goin'
'Cause the next moment before you know it
Time is slowin' and it's frozen still
And the windowsill looks really nice, right?
You think twice about your life
It probably happens at night, right?

จำวันเวลาเหล่านั้นได้กันหรือเปล่า
วันที่นายค้นพบหนทางที่แท้จริงของชีวิต
แต่ก่อนหน้านั้นละ ก่อนที่พวกนายจะรู้กัน
เวลามันเดินช้าเหมือนเต่าคลาน วันวานเหมือนถูกแช่นิ่งทิ้งเอาไว้
จนมักเผลอคิดในใจ หน้าต่างนี้มันช่างน่าโดดลงไปเสียจัง / ซูอิซายดอลฮะ แปลว่า? (ฆ่าตัวตาย)
นายคงคิดไม่ตกเลยว่าจะตายไปหรือจะอยู่ต่อ
เวลาทำนองนี้คงเกิดขึ้นแทบทุกคืนเลย ใช่ไหม ?

Fight it, take the pain, ignite it
Tie a noose around your mind
Loose enough to breath fine and tie it
To a tree tell it,
You belong to me, this ain't a noose
This is a leash and I have news for you
You must obey me!

จงรับมือ ต้านทาน และกำจัดความเจ็บปวดเหล่านั้น
ผูกปมเชือกไว้ในใจของนาย
เอาให้หลวมพอที่จะหายใจได้สะดวก 
จัดการมัดมันไว้กับต้นไม้ แล้วบอกกับใจของนายว่า
"เมิงเป็นของกู และนี่ไม่ใช่แค่บ่วงคล้อง
แต่มันคือเชือกจูง ตอนนี้กูเป็นนายคนใหม่ของเมิง
ฉะนั้นเมิงต้องเชื่อฟังกู!" 
*** (ลองแปลคุณ เธอ ฉัน แล้วมันไม่ได้ feel ครับ) ประมาณว่าเป็นการยับยั้งชั่งใจ ไม่ให้ทำร้ายตัวเองครับ

You are surrounding all my surroundings
Sounding down the mountain range
Of my left-side brain
You are surrounding all my surroundings
Twisting the kaleidoscope
Behind both of my eyes

ท่านยังคงอยู่เคียงข้าง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายข้า
ท่านยังคงสถิตอยู่ในเบื้องล่าง
ภายใต้สมองซีกซ้ายของข้าเอง
ท่านยังคงอยู่เคียงข้าง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายข้า
แปรเปลี่ยนสิ่งที่เห็นอยู่ให้กลับกลาย
ภายใต้ดวงตาทั้งสองของข้าเอง

Entertain my faith

รื่นเริงใจในศรัทธาของข้า 
*** ประมาณว่าขอร้องอ้อนวอนให้พระเจ้าเห็นใจน่ะครับ เนื่องจากเกิดความสิ้นหวังในชีวิตตามท่อนข้างบนนั่นแหละ แล้วเค้าศรัทธาในพระเจ้าเสมอ เชื่อว่าท่านอยู่รอบข้างเค้าตลอดตามท่อนฮุกเลยครับ

Lean with it, rock with it
When we gonna stop with it?
Lyrics that mean nothing
We were gifted with thought

เคลิ้มไปกับมัน โยกไปตามมัน
เมื่อไหร่พวกนายจะพอกันเสียที
หยุดสนใจความหมายเพลงกันได้แล้ว
มันแล้วแต่พวกนายจะคิดกันเลย 

Is it time to move our feet
To an introspective beat
It ain't the speakers that bump hearts
It's our hearts that make the beat

มันถึงเวลาที่จะขยับเขยื้อนส้นตีน
ให้เข้ากันกับจังหวะละเมอเพ้อฝันนี้
มันไม่ใช่เพราะลำโพงที่ทำหัวใจนายเต้น
แต่หัวใจมันเต้นเป็นจังหวะของมันเอง

And I'll be holding on to you

และข้าจะยังศรัทธาในตัวท่านเสมอไป

6 ความคิดเห็น:

  1. เพลงเพราะมากเลยครับ แปลได้หนุกดี ^^

    ตอบลบ
  2. เจ๋งงงงดีชอบครับ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ25 พฤษภาคม 2557 23:08

    สุดยอดครับวงนี้ ชอบมาก

    ตอบลบ
  4. ขอพระเจ้าอวยพรจ้า ♡

    ตอบลบ
  5. พี่เบียร์ สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดด <3

    ตอบลบ
  6. สุดยอดเลยวงนี้ ไม่เคยทำให้ผิดหวังจิงๆ♡

    ตอบลบ