วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557

[แปลเพลงสากล] COLDPLAY - MIDNIGHT


>>> ตอนแรกผมไม่คิดจะแตะเพลงนี้เลย วินาทีแรกที่ฟัง ผมไม่ชอบเลย ยอมรับว่าฟังครั้งแรกไม่จบด้วยซํ้า ทิ้งไว้ตั้งหลายวัน แล้วจึงลองกลับมาฟังอีกสักครั้ง บวกกับดูเนื้อเพลง ดูความหมายบ้างซิ จู่ๆก็ดันชอบขึ้นมาซะงั้น ผมชอบความหมาย ชอบเพลงขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง แต่เอ็มวีนั้น ผมทำใจชอบไม่ได้จริงๆ มันปวดตามากๆ 555 ส่วนเรื่องแปล ดีที่ตะกี้แปลเพลงนี้มา Kaiser Chiefs - Coming Home ทำให้คิดบางอย่างออก แต่จะเป็นอะไรนั้น ก็ลองเลื่อนลงไปอ่านเอาเองแล้วกันนะครับ เช่นเคยผิดตรงไหน ท้วงได้เสมอครับ

COLDPLAY - MIDNIGHT :. เที่ยงคืน

In the darkness before the dawn
In the swirling of the storm
When I'm rolling with the punches and hope is gone
Leave a light a light on

ท่ามกลางความมืดมิด ก่อนฟ้าสาง
ตกอยู่ใจกลางพายุพัดโหมกระหนํ่า
ยามที่ต้องไหลไปตามโชคชะตา แต่ความหวังกลับต้องมาเลือนลับไป
จุดมันขึ้นมาอีกครั้ง จุดมันให้ลุกสว่าง
*** ผมขอยกสำนวนมาจากร็อกจีเนียสเลยนะครับ It's always darkness before the dawn. นั่นคือก่อนที่ฟ้าจะสว่าง ก็ต้องผ่านคํ่าคืนที่มืดมิดไปก่อนครับ ก็เปรียบเปรยกับชีวิตของคนเรานั่นแหละครับ ความสุข จะมาก็ต่อเมื่อหลังความทุกข์ ความสำเร็จ จะมาก็หลังจากความล้มเหลวอะไรเทือกๆนั้นแหละครับ ถ้าเอาตามสำนวนไทย ก็ประมาณสำนวนที่ว่า ฟ้าหลังฝน นั่นเองครับ
    ส่วน Rolling with the punches = To go with the flow, every time life throws an unexpected turn you have to go with it. ก็ประมาณว่าระหกระเหไหลไปตามเกลียวคลื่นของโชคชะตาครับ อันที่จริงแล้ว ผมไม่ได้ยกมาตามที่ดิกมันแปลตรงๆนะครับ แต่เอามาจากคนที่เขายกคำอธิบายมาอีกทีน่ะครับ ผมว่าผมเข้าใจมากกว่าอันที่ดิกบอก และพอจะเอามาแปล ก็แปลได้สอดคล้องกันกับที่ผมคิดไว้อีกด้วยครับ

Millions of miles from home
In the swirling swimming on
When I'm rolling with the thunder
But bleed from thorns
Leave a light a light on
Leave a light a light on

หนทางยังเหลืออีกหลายล้านไมล์
แหวกว่ายข้ามผ่านพายุที่บ้าคลั่ง
ท่ามกลางสายฟ้าที่คำรามส่งเสียงดัง
แต่เลือดกลับหลั่งรินจากความลับภายในใจ
จุดมันขึ้นมาอีกครั้ง จุดมันให้ลุกสว่าง
จุดมันขึ้นมาอีกครั้ง จุดมันให้ลุกสว่าง
*** ท่อนที่บอกว่าห่างไกลจากบ้านหลายล้านไมล์ ผมมองว่าเขาไม่ได้จากบ้านมาครับ หนําซํ้าเขายังไม่รู้เลยมันอยู่ไหน นั่นคือเขากำลังมุ่งหน้าไปตามหาบ้านของเขาอยู่ครับ ซึ่งความหมายมันจะไปคล้ายๆกับเพลง Coming Home เลย ถือว่าบังเอิญมากเลยที่ผมหาเพลงนี้มาแปลซะก่อน 555 
    ส่วน Bleed from thorns นี้ มันน่าจะหมายถึงพระเยซูตอนโดนตรึงกางเขน และก็โดนจับสวมมงกุฏหนามครับ ผมก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรเลยครับ ก็เลยคิดว่าไม่ค้นต่อแล้ว -3- แต่ว่าในร็อกจีเนียส ยังมีอีกคนมาคอมเมนต์ไว้เพิ่มอีกว่าหนามนั้นอาจสื่อถึง "ความลับ" ได้ด้วยครับ เขาอธิบายมาว่า ก็เหมือนออกกุหลาบที่สวยงามไง แต่ซุกซ่อนไปด้วยหนามแหลมมากมาย ผมก็เลยขอเอาตามนี้ก็แล้วกันนะครับ ประมาณว่าคนเหล่านั้นยังต้องทุกข์ทรมาณกับความลับที่อยู่ในใจด้วยครับ ต่างจากความทุกข์อันอื่นๆที่เป็นความทุกข์เพียงภายนอกครับ

In the darkness before the dawn
In the darkness before the dawn
Leave a light a light on
Leave a light a light on

ท่ามกลางความมืดมิด ก่อนฟ้าสาง
ท่ามกลางความมืดมิด ก่อนฟ้าสาง
จุดมันขึ้นมาอีกครั้ง จุดมันให้ลุกสว่าง
จุดมันขึ้นมาอีกครั้ง จุดมันให้ลุกสว่าง
*** สรุปเพลงนี้มีใจความง่ายๆครับ อย่างที่ผมบอกไปว่าคนเรานั้นต้องระหกระเหไหลไปตามเกลียวคลื่นของโชคชะตาใช่ไหมครับ นั่นคือระหว่างทางจะพานพบอะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ก็ต้องมีความหวังอยู่กันทุกคนใช่ไหมครับ ก็นี่แหละเพลงเขาบอกว่า(ตามความคิดผมนะ) จะยังไงก็ตาม ขอแค่ให้เรามีความหวังไว้สักหน่อยเถอะ ถึงมันจะริบหรี่ขนาดไหน ถึงมันจะลมๆแล้งๆเพียงใด ก็ขอให้มีไว้เพื่อส่องสว่างให้เห็นทางเดินข้างหน้าจนผ่านพ้นเที่ยงคืนนี้ไปให้ได้ครับ 

1 ความคิดเห็น: